daily

อัพเดตใจ

เมื่อครอบครัวผิวสีถูกพ่นสเปรย์ด่าบนผนังบ้าน เรื่องราวน่ารักจึงเริ่มต้นขึ้น

เมื่อครอบครัวผิวสีถูกพ่นสเปรย์ด่าบนผนังบ้าน เรื่องราวน่ารักจึงเริ่มต้นขึ้น

เรื่องราวน่ารักนี้เริ่มต้นมาจากการที่มีคนมือบอนมาพ่นสเปรย์คำหยาบคายและเหยียดสีผิวลงบ้านผนังบ้านและรอบๆ ตัวรถของครอบครัว Marvin Phillips ครอบครัวผิวสีที่อาศัยอยู่ในเมือง Tenino รัฐวอชิงตัน โชคดีที่ตอนนั้นทั้งครอบครัวไปเที่ยวพักผ่อนนอกบ้าน จึงยังไม่มีโอกาสได้เห็นถ้อยคำหยาบๆ คายๆ โชคดียิ่งกว่าที่ชุมชนในละแวกนั้นต่างห่วงใยความรู้สึกของครอบครัวนี้ บางคนถึงขนาดแทบร้องไห้เมื่อเห็นสิ่งที่คนทำกับเพื่อนบ้าน บางคนไม่ได้สนิทชิดเชื้อกับครอบครัวนี้ แต่ก็อดสลดใจไม่ได้ เมื่อเห็นการเหยียดผิวเพื่อนมนุษย์ เหตุนี้ชุมชนจึงร่วมมือร่วมใจกันเข้ามาลบรอยสเปรย์ให้ ก่อนที่ครอบครัวจะกลับมาจากพักร้อน   ครอบครัวไม่รู้เลยว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น กระทั่งหลังจากกลับมาบ้าน ตำรวจก็มาแจ้งเหตุทั้งหมดให้นาย Phillips ฟัง นาย Phillips แทบพูดอะไรไม่ออก เขาบอกว่า เขาช็อคมากและซาบซึ้งใจมากเช่นกัน นอกจากนี้เขายังเล่าว่า เขาดีใจที่ลูกชายไม่ต้องมาเห็นข้อความเหล่านี้ แค่สังคมมีน้ำใจให้กัน เท่านี้โลกก็น่าอยู่ขึ้นเป็นกอง   เรื่อง มินู / ภาพ Steve McCarron KOMO และ KING NEWS

ความสุขอันสูงสุดของคุณหมอวัยเกษียณ แพทย์หญิงศิวาพร จันทร์กระจ่าง

ความสุขอันสูงสุดของคุณหมอวัยเกษียณ แพทย์หญิงศิวาพร จันทร์กระจ่าง

“ทำไมเธอดูมีความสุขจัง ไม่กลัวชีวิตหลังเกษียณเหมือนคนอื่นเขาบ้างหรือ” นี่คือคำถามที่เพื่อน ๆ มักถามฉันเสมอ แต่ฉันมักตอบกลับไปพร้อมรอยยิ้มว่า “จะไปกลัวทำไม ดีเสียอีก เพราะนี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่ฉันจะได้ศึกษาพระธรรมอย่างจริงจังเสียที…” ฉันชื่อ แพทย์หญิงศิวาพร จันทร์กระจ่าง เหตุผลที่ทำให้ใครต่อใครมักถามคำถามนี้กับฉัน ก็เพราะในอดีตฉันเคยดำรงตำแหน่งสำคัญ ๆ ทางวิชาการมาแล้วมากมาย ทั้งเคยเป็น นายกสมาคมแพทย์ระบบประสาทแห่งประเทศไทย เคยดำรงตำแหน่งรองคณบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เคยเป็น อาจารย์สอนนักศึกษาแพทย์เกี่ยวกับระบบประสาทและสมอง ซึ่งแน่นอนว่า ฉันยังเคยเป็น ประสาทศัลยแพทย์ หรือ หมอผ่าสมอง ที่มีความเชี่ยวชาญเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศอีกด้วย จึงไม่น่าแปลกใจที่ใคร ๆ จะมองว่า ผู้หญิงที่เคยทำงานหามรุ่งหามค่ำมาตลอดทั้งชีวิตอย่างฉันจะสามารถใช้ชีวิตวัยเกษียณโดยปราศจากงานได้อย่างสงบ ในความเป็นจริง ชีวิตวัยเกษียณของฉันแสนจะราบเรียบและมีความสุขมาก ทุกสิ่งที่เคยวุ่นวายกลับตาลปัตรเปลี่ยนไปหมด จากที่เคยตื่นเช้ามาต้องวางแผนการทำงานที่เยอะแยะยุ่งเหยิง ก็เปลี่ยนเป็นตื่นอย่างมีสติไหว้พระ สวดมนต์ แล้วต่อด้วยการนั่งสมาธิที่ริมสระว่ายน้ำ โดยฉันจะนั่งหย่อนขาและลำตัวช่วงล่างลงไปในน้ำ แล้วตามดูตามรับรู้ความเย็นของน้ำที่มากระทบกับผิวหนัง เมื่อเกิดสมาธิ จิตใจของฉันจะไม่รู้สึกถึงความหนาวเย็น มีเพียงกายเท่านั้นที่ยังรับรู้ถึงสัมผัสของน้ำ ซึ่งทุกครั้งที่ได้ทำสมาธิเช่นนี้ ฉันจะรู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูกเสมอ ต่อจากนั้นฉันก็จะทำกิจกรรมที่ชอบไม่ว่าจะปลูกต้นไม้ สอนหนังสือ เป็นวิทยากรให้ความรู้ด้านสมองแก่หน่วยงานต่าง ๆ แถมยังมีเวลาเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศจนครบหมดทุกทวีปที่อยากไปแล้ว และยังได้เปิดคลินิกรักษาผู้มีอาการทางสมองในราคาไม่แพงสมใจอีกด้วยแน่นอนว่า เวลาส่วนใหญ่นั้นฉันใช้ไปกับการฝึกวิปัสสนากรรมฐานอย่างจริงจัง แต่ถึงอย่างนั้นเพื่อนนักวิชาการหลายคนกลับมองว่า ฉันใช้ชีวิตวัยเกษียณอย่างน่าเสียดาย แทนที่จะกลับมาเป็นอาจารย์พิเศษถ่ายทอดวิชาความรู้ให้กับนักศึกษาแพทย์อย่างเต็มที่เหมือนเขา แต่ฉันกลับเอาเวลาไปมุ่งปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานแทนซึ่งพวกเขามองว่า ไม่เห็นจำเป็นจะต้องฝึกจริงจังขนาดนั้น ในเมื่องานที่ทำก็เหมือนได้ทำสมาธิอยู่แล้ว ซึ่งฉันตอบว่า “การทำงานเปรียบเสมือนได้ฝึกสมาธิก็จริง แต่ก็เป็นเพียงสมาธิในการทำงานเท่านั้น ต่างจากการฝึกวิปัสสนากรรมฐานที่เป็นสมาธิเพื่อการอยู่รอด เป็นโลกุตรธรรมซึ่งจะส่งผลให้ไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏอีก” โชคดีที่เพื่อนเข้าใจ อาจเพราะสอดคล้องกับงานวิจัยล่าสุดที่ว่า สมาธิเป็นวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ การฝึกสมาธิอย่างสม่ำเสมอสามารถช่วยซ่อมแซมการทำงานของสมองส่วนต่าง ๆ ให้เชื่อมต่อกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังทำให้สมองทำงานได้อย่างรวดเร็วขึ้นอีกด้วย ทุกวันนี้สิ่งที่ทำให้ฉันภาคภูมิใจไม่ใช่ลาภยศสรรเสริญที่เคยได้รับ แต่เป็นความรู้สึกสุขใจที่ได้เป็นนักวิทยาศาสตร์ผู้เชื่อมั่นในพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง   เรื่อง แพทย์หญิงศิวาพร จันทร์กระจ่าง เรียบเรียง ชลธิชา แสงใสแก้ว ภาพ วรวุฒิ วิชาธร

เหตุผลที่คนอกหักไม่ควรฟังเพลงเศร้า – ปิยสีโลภิกขุ

เหตุผลที่คนอกหักไม่ควรฟังเพลงเศร้า – ปิยสีโลภิกขุ

หลายปีก่อนมีข่าววัยรุ่นฆ่าตัวตาย อ่านข่าวแล้วสะดุดใจตรงที่ว่า ก่อนลงมือปลิดชีวิตวัยรุ่นคนนี้เปิดเพลงยอดนิยมเพลงหนึ่งซ้ำแล้วซ้ำเล่า ข่าวนี้ชวนให้สงสัยว่าเพลงที่เปิดเป็นอย่างไร ทำไมฟังแล้วท้อแท้ต่อชีวิตถึงเพียงนั้น ครั้นได้ฟังแล้วก็หายสงสัย เพราะเนื้อเพลงตอกย้ำเหลือเกินว่า คงไม่มีทางเปลี่ยนใจคนรักได้อีกแล้ว น้ำเสียงผู้ร้องเสียดลึกลงไปในใจ ผู้ฟังที่กำลังมีประสบการณ์ร่วมจึงทวีความเศร้าขึ้นอีกหลายเท่า น่าเสียดายทรัพยากรจำนวนมากที่ใช้ไปในการสร้างผลงาน “บันเทิง”ลักษณะนี้ ยิ่งผู้แต่งบรรจงเลือกสรรถ้อยคำให้ตรงความรู้สึกมากเพียงไร ถ้อยคำนั้นก็ยิ่งกัดกร่อนแผลในใจให้เหวอะหวะมากเพียงนั้น นับเป็น “ศิลปะ” ที่ส่งผลทางลบอย่างไม่มีใครคาดถึง ก่อนบวช เพื่อนที่เป็นนักจัดรายการวิทยุเคยเล่าให้ฟังว่า เพลงที่คนนิยมขอกันมากมักพรรณนาอาการอกหัก หลายคนโทรศัพท์มาขอเพลงด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น นักจัดรายการบางคนจึงสนองความต้องการด้วยการเปิดเพลงกระหน่ำซ้ำเติมความรู้สึกตลอดชั่วโมง แต่ก่อนอธิบายไม่ได้ว่า เหตุใดคนอกหักจึงไม่ควรฟังเพลงเศร้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า ครั้นมีโอกาสปฏิบัติธรรมจึงเริ่มเข้าใจกลไกในใจที่ “ชอบ” สร้างทุกข์ให้ตนเอง ทั้งๆ ที่ตระหนักดีว่าความเศร้าหมองเป็นสิ่งที่ไม่พึงปรารถนา แต่คนจำนวนมากกลับจมอยู่ในความรู้สึกนั้น และยิ่งคิดทับถมตนเองให้ทุกข์ขึ้นเรื่อยๆ ท่านอาจารย์พุทธทาสอธิบายว่า อารมณ์ทุกชนิดมี “อัสสาทะ” หรือมีรสชวนติดใจ ดังรสเผ็ดร้อนที่คนจำนวนมากชอบ แม้จะรู้ว่าอาจส่งผลเสียต่อกระเพาะอาหาร โดยนัยเดียวกันคนเราก็มีแนวโน้มที่จะชอบอารมณ์โกรธ กังวล หรือเงียบเหงาเดียวดาย ทั้งๆ ที่รู้ว่าอารมณ์เหล่านั้นไม่ทำให้ใจเป็นสุขเลยทั้งนี้เพราะอดไม่ได้ที่จะสัมผัสรสอารมณ์นั้นเพื่อให้ “สะใจ” อย่างเต็มที่ หนทางเดียวที่จะช่วยให้รู้เท่าทันกลไกในใจคือ การหมั่นสังเกตจิตใจตนเองและเตือนให้เห็นโทษของการติดอยู่ในอารมณ์นั้นๆ ไม่ว่าจะเกิดความรู้สึกเช่นใด พึงระวังและอย่ายอมเชื่อใจตนเองโดยง่ายเมื่อใดก็ตามที่พบว่าอารมณ์โกรธ เกลียด เหงา เศร้าใจ น้อยใจทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ต้องพยายามเบี่ยงเบนใจไปสู่อารมณ์อื่นเช่นเดียวกับการเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่น เมื่อพบว่าเบื้องหน้ามีอุปสรรคขวางอยู่ การปล่อยให้เกิดอารมณ์ทางลบโดยซ้ำซากไม่ต่างจากการย่ำเท้าไปบนทางจนกระทั่งเตียนโล่งใจของเราจะลงร่องไปตามความเคยชินมากขึ้นทุกทียิ่งปล่อยให้คิดและรู้สึกไปทางใด จิตใจจะโน้มไปทางนั้นโดยอัตโนมัติ…

หลวงพ่ออลงกต ติกฺขปญฺโญ ผู้ปลูก “ต้นโพธิ์” แห่งวัดพระบาทน้ำพุ

หลวงพ่ออลงกต ติกฺขปญฺโญ ผู้ปลูก “ต้นโพธิ์” แห่งวัดพระบาทน้ำพุ

หลายสิบปีก่อน นักศึกษาปริญญาโท สาขาวิศวกรรมเครื่องกล มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย…อลงกต พลมุข มีโอกาสได้อ่านหนังสือ พุทธธรรม ของพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) และเกิดความประทับใจที่หนังสือให้ข้อมูลเกี่ยวกับชีวิตได้อย่างเป็นขั้นเป็นตอนในขณะที่ความรู้จากรั้วมหาวิทยาลัยกลับไม่อาจตอบข้อสงสัยได้ว่า “ที่สุดแล้ว…เป้าหมายของชีวิตคืออะไร” นักศึกษาหนุ่มจึงตัดสินใจเข้าอุปสมบท ณ วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร โดยมีสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายกทรงเป็นองค์อุปัชฌาย์และได้รับฉายาว่า “ติกฺขปญฺโญ” แปลว่า “ผู้มีปัญญาหลักแหลม” ต่อมาในปี 2546 ท่านได้รับพระราชทานราชทินนามว่า “พระอุดมประชาทร” นับเป็นสมณศักดิ์ซึ่งสอดคล้องกับกิจที่ท่านทำเพื่อมวลมนุษย์ผู้ไร้ที่พึ่งมาตลอดเวลาหลายสิบปี    “กิจ” ของสงฆ์ที่แปลกและเปลี่ยนไป ในช่วงแรกที่บวช ภิกษุวัย 26 ปีได้ศึกษาธรรมวินัยและได้จาริกแสวงหาความสงบแห่งจิตไปยังพื้นที่ต่าง ๆ  กระทั่งมาจำพรรษาอยู่เพียงรูปเดียวที่วัดถ้ำเขาเขียวในเขตวัดพระบาทน้ำพุ จังหวัดลพบุรี ก่อนจะได้รับนิมนต์ให้มาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสในเวลาต่อมา กิจของพระคุณเจ้าในเวลานั้นคือการเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อสอนสมาธิแก่ลูกศิษย์ จนกระทั่งวันหนึ่ง ท่านเดินทางไปบิณฑบาตที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งและนับจากนั้น “กิจ” ของสมณะรูปนี้ก็แทบจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง… “คนไข้เตียงหนึ่งพยายามยกมือขึ้นไหว้หลวงพ่อด้วยมืออันสั่นเทา เมื่อหลวงพ่อเดินเข้าไปหาพร้อมกับจับมือรับไหว้เท่านั้นเขาร้องไห้โฮออกมาเลย ร้องอย่างที่หลวงพ่อไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต ด้วยอารมณ์ที่ทั้งเสียใจและตื้นตันใจจนสุดประมาณ ไม่กี่นาทีให้หลัง เขาเริ่มบีบมือหลวงพ่อแน่นขึ้น ๆ ก่อนจะอ้าปาก หายใจถี่  ตาค้าง  และขาดใจตายในที่สุด โดยที่มือของหลวงพ่อและเขายังกุมกันไว้แน่น” วันนั้นท่านเดินทางกลับวัดด้วยจิตใจที่กระเจิดกระเจิง เมื่อได้ทราบว่าคนไข้ที่เพิ่งสิ้นใจคือผู้ป่วยโรคเอดส์ ทว่าหลังจากนั้นไม่นาน จิตใจที่สับสนเพราะความตายบังเกิดขึ้นต่อหน้าก็เปลี่ยนเป็นปัญญาและความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ที่ล้มป่วยด้วยโรคร้ายและไร้ที่พึ่งพิงแทน และนั่นคือจุดเริ่มต้นของ โครงการธรรมรักษ์นิเวศน์ ซึ่งมีจุดมุ่งหมายให้วัดพระบาทน้ำพุเป็นที่พึ่งสุดท้ายของผู้ป่วยโรคเอดส์ ช่วงแรกที่ก่อตั้ง ท่านต้องเผชิญเรื่องราวร้อยพันแง่มุม บางวันที่ออกบิณฑบาต ท่านถึงกับต้องอุ้มบาตรเปล่ากลับวัด เพราะถูกชาวบ้านต่อต้านว่า “หลวงพ่อรับคนเป็นเอดส์มาอยู่วัดทำไม” แต่พอผ่านเวลา 20 กว่าปี หลวงพ่อก็ได้ปลูกฝังให้สังคมลดอคติต่อผู้ป่วยและหันมาช่วยสนับสนุนวัดพระบาทน้ำพุมากขึ้น การดูแลผู้ป่วยเอดส์เป็นกิจของสงฆ์ด้วยหรือคะ  คำถามนี้ดังมาตลอดยี่สิบปี…หลวงพ่ออยากให้เราลองคิดย้อนไปสมัยโบราณ  สมัยพระพุทธเจ้าไม่มีกระทรวงสาธารณสุขหรอกมีแต่ปู่ชีวกโกมารภัจจ์  ทุกข์ทุกอย่างของสัตว์โลก  ความเจ็บปวด  ความตาย  พระสงฆ์องค์เจ้าท่านมีความรู้ที่จะบำบัดได้รอบด้าน  ตั้งแต่เกิด  พระก็ตั้งชื่อ เจ็บป่วยก็ไปขอยาพระ  บางทีก็ให้ท่านเป่าน้ำมนต์ให้พระท่านมีศาสตร์ในการช่วยชีวิตคน  เพราะท่านเรียนรู้ธรรมชาติมากกว่าเรา  พระสอนให้คนเป็นคนดี  สอนให้ทำสิ่งดี ๆ  ดำรงชีวิตอยู่อย่างเหมาะสม  ขยันทำมาหากิน  เอาธรรมชาติรอบตัวมาใช้ให้เกิดประโยชน์พระสอนทั้งนั้น  ชีวิตของพระเป็นชีวิตแบบบูรณาการ  และช่วยบำบัดทุกข์ทั้งหลายของสัตว์โลกได้ แต่ถ้าถามว่ามันใช่หน้าที่ของพระไหมที่ต้องมาดูแลคนป่วย หลวงพ่อก็จะบอกว่ามันไม่ใช่โดยตรง และอันที่จริงคนป่วยเหล่านี้ก็ไม่มีใครอยากมาอยู่วัดหรอก แต่ในเมื่ออยู่บ้านไม่ได้ สุดท้ายมันก็ต้องหาที่ไป วัดพระบาทน้ำพุก็เป็นที่หนึ่งที่เขาเลือกจะมาบางคนถูกเอามาทิ้งไว้ที่หน้าวัดก็มี แสดงให้เห็นว่าคนที่มีหน้าที่จริง ๆ ยังบกพร่องใช่ไหมโรงพยาบาลมีไม่พอ หมอส่วนใหญ่ไปอยู่โรงพยาบาลเอกชน ความบกพร่องเหล่านี้มันมีอยู่จริง สังคมเราจึงมีสิ่งที่ไม่ควรต้องมี เช่น บ้านพักคนชรา  คนขอทาน เรากำลังพูดถึงสังคมที่มีความรับผิดชอบนะ  แต่จริง ๆ แล้วไม่มี  เพราะยังมีคนที่อดอยากหิวโหยคนเป็นเอดส์จึงต้องมาอยู่วัด   วัตถุประสงค์หลักของโครงการธรรมรักษ์ฯ คือมุ่งหวังให้สังคมมีเมตตาธรรมและมนุษยธรรมต่อผู้ป่วยเอดส์… วันนี้ถึงเป้าหมายนั้นแล้วหรือยังคะ โรคเอดส์เป็นเรื่องของความป่วยไข้ที่ลุกลามไปเป็นอคติของสังคม คนเป็นเอดส์ถูกรังเกียจ ถูกมองว่ามีพฤติกรรมทางเพศไม่ดี  สำส่อน  สังคมเราไม่ให้อภัย  ไม่ให้โอกาส  ถึงได้มีคนทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่ยังดีที่ยี่สิบปีที่ผ่านมา คนไทยเปลี่ยนไปเยอะ ทุกปีจะมีคนมาที่วัดประมาณสองแสนคน มาทำบุญ มาช่วย เพราะเขาข้ามผ่านอคติไปแล้ว หลวงพ่ออยากฝากไว้ว่า ก่อนจะตัดสินใคร ให้ถามตัวเองว่า เราดีที่สุดแล้วหรือยัง ดีทุกอย่างแล้วหรือเปล่า  ในโลกนี้ไม่มีใครดีที่สุดหรอก และจะบอกว่าใครเลวทุกอย่าง มันก็ไม่ใช่ คนเลวคนหนึ่งวันนี้ ถ้าพรุ่งนี้ทำดีเขาก็เปลี่ยนเป็นคนดีได้ ขณะเดียวกันคนดีในวันนี้ พรุ่งนี้มันก็เลวได้  นี่คือความไม่เที่ยงแท้ของมนุษย์ ความถูกผิดดีชั่วนั้นไม่มีอะไรแน่นอนจะมาตีกรอบตีเส้นไม่ได้หรอก ถ้าสังคมมีคนเลว เราต้องช่วยให้เขาเปลี่ยนเป็นคนดีอย่าเพิ่งไปมองว่าเป็นหน้าที่ของใคร ว่าเรื่องนั้นเป็นหน้าที่ของคนนั้น ไม่ใช่หน้าที่ของคนนี้ เวลาเห็นขยะเกลื่อนอยู่ข้างทาง เรามักจะคิดก่อนเลยว่า ทำไมเทศบาลไม่มาเก็บขยะ แทนที่เราจะเก็บไปทิ้งเสียเองเพื่อให้สังคมสะอาด…คนส่วนใหญ่ก้าวข้ามเส้นนี้ไม่ได้ ถ้าเรามองที่ประโยชน์ของสาธารณะหรือสังคม เราจะพบบทบาทที่เหมาะสมของตัวเอง ถามว่าหลวงพ่อดูแลผู้ป่วยเอดส์มันแปลกไหม ไม่แปลกหรอกลูก…แค่มันถูกมองข้าม หลวงพ่อหาตัวเองเจอว่าเราอยู่ตรงนี้เราจะทำอะไรได้บ้าง ใครไม่เก็บ เราก็เก็บเพราะมันก็เป้าหมายเดียวกัน ถ้าทุกคนคิดแบบนี้ หลวงพ่อว่าโลกมันจะน่าอยู่มากขึ้น จากเดิมที่วัดดูแลเฉพาะผู้ป่วยระยะสุดท้าย สังเกตว่าตอนนี้มีทั้งโรงเรียน บ้านเด็ก  บ้านพักคนชรา     ในความเหน็ดเหนื่อยจากการทำกิจต่างๆ  เคยมีความท้อใจปะปนมาบ้างไหมคะ   เรายินดีในสิ่งที่เราเป็นนะลูก ทุกเรื่องที่เกิดขึ้น โครงการต่าง ๆ ที่หลวงพ่อทำ มันดำเนินของมันไปตามเหตุตามปัจจัย เมื่อเราประเมินแล้วว่าเราทำดี แม้ไม่ได้คะแนนเต็ม 100  อาจจะได้แค่ 70 - 80 คะแนน  ก็ถือว่าเราสอบผ่าน แต่ถ้าคนไปมองส่วนที่ยังบกพร่อง เขาก็มองว่าเราไม่ดี ตรงนี้เป็นธรรมดาของโลก ที่สุดก็ทำให้เรามีดวงตาเห็นธรรมว่า  ตราบใดที่เราอยู่ในโลก มันไม่มีทางหนีพ้นหรอก คนสรรเสริญ คนนินทา โลกนี้มันก็เป็นธรรมดาอยู่แล้วที่จะต้องเจอสิ่งที่ตรงข้าม  เจอความขัดแย้งแตกต่าง  และก่อให้เกิดความทุกข์ หากเราจะยืนหยัดอยู่ตรงนี้ ก็ต้องยอมรับว่าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นแน่ ๆ  จะไปบอกทุกคนว่าอย่ามาตำหนิติเตียนเราเลย ก็คงไม่ได้ จะไม่ให้ลิงมากินลูกโพธิ์ ก็คงไม่ได้จะไม่ให้งูมากินไข่นกพิราบที่ทำรังอยู่บนต้นโพธิ์ ก็คงไม่ได้ แต่สัตว์ทั้งหลายคงไม่ทำให้ต้นโพธิ์ล้มลง คงมีกิ่งหักกิ่งร่วงบ้างเป็นธรรมดา ดีที่ว่าต้นโพธิ์มีรากที่แข็งแกร่งและสามารถยืนหยัดได้ทุกฤดูกาล แม้ในบางฤดู  ต้นโพธิ์อาจไม่เหลือใบแม้สักใบ  แต่ต้นโพธิ์ไม่เคยตาย…ไม่ตายจากศรัทธาที่เรามี   Secret Box โดยสาระจริง ๆ ของชีวิต      มนุษย์อยู่กันด้วยความรัก                   …

นิตยสารซีเคร็ต

Reg_MemBuy

SECRET BOX

ติดต่อลงโฆษณา

พิชาภา ชลายนต์ : 089-498-1156
สุชาณัฐ เหต้าน : 082-565-9995
ทิตยาภรณ์ พลพวก : 084-552-8282
กชพรรณ มูลอัต : 087-519-4241

โทรศัพท์ 02-422-9999 ต่อ 4284

VEDIO

SOUND

banner member

ข่าวและกิจกรรม

กิจกรรมพักผ่อนใจประจำสัปดาห์ 29 สิงหาคม- 5 กันยายน 2559

กิจกรรมพักผ่อนใจประจำสัปดาห์ 29 สิงหาคม- 5 กันยายน 2559

สวดมนต์ ทำวัตรเย็น และฟังการแสดงธรรม ขอเชิญทุกท่านร่วมสวดมนต์ ทำวัตรเย็น และฟังการแสดงธรรม โดย พระอาจารย์สุรศักดิ์ เขมรํสี วัดมเหยงคณ์ จ.พระนครศรีอยุธยา วัน: พฤหัสบดี ที่ 1 กันยายน 2559 เวลา: 18.00-20.00 น. สถานที่: ห้องพระชั้น 3 มูลนิธิบ้านอารีย์ ซ.อารีย์ 1 ใกล้ BTS อารีย์ หรือชมการถ่ายทอดสวดมนต์ได้ที่ http://www.baanaree.net/main/index.php เริ่มเวลา 18.00 น.   อบรมการเจริญสติแบบเคลื่อนไหวตามแนวทางหลวงพ่อเทียน ขอเชิญท่านผู้สนใจเข้าร่วมอบรมกรรมฐานการเจริญสติแบบเคลื่อนไหวตามแนวทางหลวงพ่อเทียน โดย พระอธิการเอนก เตชวโร มูลนิธิหลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ วัน: เสาร์ที่ 3 กันยายน 2559 เวลา: 14.00 – 15.30 น. สถานที่: ห้องกรรมฐาน อาคารเจริญธรรม…

ขอเชิญร่วมสร้างห้องสุขาและทางจงกรม

ขอเชิญร่วมสร้างห้องสุขาและทางจงกรม

ตามที่วัดป่าเมตตาวนารามห้วยไร่ต.ป่าหุ่ง อ.พานจ.เชียงราย ได้มีการบูรณะปรับปรุงขึ้นเป็นวัดสายป่าสายพระอาจารย์มั่นโดยมีหลวงพ่อสนธิ์อนาลโยดูแลได้มีดำริให้จัดสร้างห้องสุขาและทางจงกรม ****ห้องละ20,000 (5ห้อง) ****ทางจงกรมเส้นละ15,000(มุงหลังคา) ********++++********** สามารถร่วมบุญได้กำลังศรัทธาร่วมบุญ_ธนาคารกรุงไทยเลขที่ 504-0-85490-0 ชื่อพระนิตินัย อุดมกัน สาขาพาน ธนาคารกสิกรไทเลขที่669-2-10893-9 ชื่อนิตินัย อุดมกัน สาขาพาน เชียงราย ********++++++********* สอบถามรับใบอนุโมทนาบัตร 098-310-8972

3 ปี อาจาริยบูชารำลึกท่านอาจารย์โกเอ็นก้า

3 ปี อาจาริยบูชารำลึกท่านอาจารย์โกเอ็นก้า

เมื่อ 3 ปีก่อน คณะศิษย์ในประเทศไทยได้รับทราบข่าวที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน ข่าวนั้นแจ้งว่าท่านอาจารย์โกเอ็นก้าในวัย 90 ปี ได้จากพวกเราไปแล้วอย่างสงบที่บ้านพักในเมืองมุมไบ ในคืนวันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2556 … แม้ว่าท่านอาจารย์จะมุ่งเน้นให้ศิษย์เฝ้าฝึกฝนขัดเกลาตนด้วยการปฏิบัติภาวนาโดยไม่ยึดติดในตัวบุคคล และได้วางแนวทางการดำเนินงานด้านการอบรมให้สามารถดำเนินไปแม้จะปราศจากตัวท่าน หากแต่ผู้ที่ได้ลิ้มรสผลอันวิเศษจากแนวทางการปฏิบัตินี้ ก็ย่อมใจหาย และอาลัยในการจากไปของท่านอาจารย์อยู่ไม่น้อย ท่านอาจารย์มักจะกล่าวอยู่เสมอว่าวิธีที่จะเข้าถึงคำสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ดีที่สุดคือการปฏิบัติภาวนา และการบูชาที่เลิศที่สุดก็คือการปฏิบัติบูชา แม้ในการถามตอบปัญหาธรรมเมื่อครั้งเดินทางไปเยือนพม่า แผ่นดินถิ่นเกิดของท่านเป็นครั้งสุดท้ายเมื่อปีพ.ศ. 2555 ท่านก็ยังคงกล่าวย้ำแก่ศิษย์ของท่านว่า จงปฏิบัติ ปฏิบัติทั้งเพื่อประโยชน์ของเราเอง เพื่อประโยชน์ของผู้อื่น เพื่อประโยชน์ของประเทศ เพื่อประโยชน์ของโลก จงปฏิบัติ ปฏิบัติ ปฏิบัติ ในวาระครบรอบ 3 ปี แห่งมรณกรรมของท่านอาจารย์ คณะศิษย์จึงได้ร่วมกันจัดงาน “3 ปี อาจาริยบูชารำลึก ท่านอาจารย์โกเอ็นก้า“ เพื่อปฏิบัติภาวนาเป็นอาจาริยบูชาและน้อมรำลึกถึงท่านอาจารย์ ในวันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2559 ณ หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ เวลา 16.00 น. โดยนอกจากจะมีการปฏิบัติร่วมกันแล้ว…

งานมหกรรมสุขภาพครั้งยิ่งใหญ่ สมุนไพรในสภาวะโลกร้อน

งานมหกรรมสุขภาพครั้งยิ่งใหญ่ สมุนไพรในสภาวะโลกร้อน

ปัจจุบันสภาวะโลกร้อนทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ นอกจากจะส่งผลต่อสภาพแวดล้อมแล้ว ยังก่อให้เกิดโรคต่างๆ ตามมามากมาย เช่น เกิดอาการร้อนใน ภูมิแพ้ โรคผิวหนัง โรงระบบทางเดินอาหาร โรคตา ภาวะเครียดและจิตประสาท เป็นต้น โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จึงร่วมกับกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน รับมือกับการเปลี่ยนแปลงนั้น เพื่อให้ประชาชนดูแลสุขภาตนเองให้แข็งแรงในสภาพวะโลกร้อนนี้ได้ ด้วยการจัด “งานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติครั้งที่ 13” ระหว่างวันที่ 31 ส.ค. – 4 ก.ย.นี้ ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ฮอล์ 6-8 ภายในงานจะได้พบกับกิจกรรมเพื่อสุขภาพหลากหลายรูปแบบ ดังนี้ 1.บริการตรวจสุขภาพฟรี โดยใช้การตรวจ วินิจฉัยด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย เช่น การดูลิ้น จับชีพจร ตรวจธาตุเจ้าเรือน ดูตา ดูกำเดา เป็นต้น 2.สาธิตการแปรรูปสมุนไพร เช่น มาร์กผักเบี้ยใหญ่ Botox ของชาวไทย เค้กดาวเรือง ชาลิ้นมังกร น้ำดอกงิ้ว 3.เวทีกิจกรรม ให้ความรู้เรื่องสมุนไพรแบบเจาะลึก แนะนำการดูแลสุขภาพ กิจกรรมสาธิตการแปรรูปสมุนไพร…