daily

อัพเดตใจ

หลวงพ่ออลงกต ติกฺขปญฺโญ ผู้ปลูก “ต้นโพธิ์” แห่งวัดพระบาทน้ำพุ

หลวงพ่ออลงกต ติกฺขปญฺโญ ผู้ปลูก “ต้นโพธิ์” แห่งวัดพระบาทน้ำพุ

หลายสิบปีก่อน นักศึกษาปริญญาโท สาขาวิศวกรรมเครื่องกล มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย…อลงกต พลมุข มีโอกาสได้อ่านหนังสือ พุทธธรรม ของพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) และเกิดความประทับใจที่หนังสือให้ข้อมูลเกี่ยวกับชีวิตได้อย่างเป็นขั้นเป็นตอนในขณะที่ความรู้จากรั้วมหาวิทยาลัยกลับไม่อาจตอบข้อสงสัยได้ว่า “ที่สุดแล้ว…เป้าหมายของชีวิตคืออะไร” นักศึกษาหนุ่มจึงตัดสินใจเข้าอุปสมบท ณ วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร โดยมีสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายกทรงเป็นองค์อุปัชฌาย์และได้รับฉายาว่า “ติกฺขปญฺโญ” แปลว่า “ผู้มีปัญญาหลักแหลม” ต่อมาในปี 2546 ท่านได้รับพระราชทานราชทินนามว่า “พระอุดมประชาทร” นับเป็นสมณศักดิ์ซึ่งสอดคล้องกับกิจที่ท่านทำเพื่อมวลมนุษย์ผู้ไร้ที่พึ่งมาตลอดเวลาหลายสิบปี    “กิจ” ของสงฆ์ที่แปลกและเปลี่ยนไป ในช่วงแรกที่บวช ภิกษุวัย 26 ปีได้ศึกษาธรรมวินัยและได้จาริกแสวงหาความสงบแห่งจิตไปยังพื้นที่ต่าง ๆ  กระทั่งมาจำพรรษาอยู่เพียงรูปเดียวที่วัดถ้ำเขาเขียวในเขตวัดพระบาทน้ำพุ จังหวัดลพบุรี ก่อนจะได้รับนิมนต์ให้มาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสในเวลาต่อมา กิจของพระคุณเจ้าในเวลานั้นคือการเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อสอนสมาธิแก่ลูกศิษย์ จนกระทั่งวันหนึ่ง ท่านเดินทางไปบิณฑบาตที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งและนับจากนั้น “กิจ” ของสมณะรูปนี้ก็แทบจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง… “คนไข้เตียงหนึ่งพยายามยกมือขึ้นไหว้หลวงพ่อด้วยมืออันสั่นเทา เมื่อหลวงพ่อเดินเข้าไปหาพร้อมกับจับมือรับไหว้เท่านั้นเขาร้องไห้โฮออกมาเลย ร้องอย่างที่หลวงพ่อไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต ด้วยอารมณ์ที่ทั้งเสียใจและตื้นตันใจจนสุดประมาณ ไม่กี่นาทีให้หลัง เขาเริ่มบีบมือหลวงพ่อแน่นขึ้น ๆ ก่อนจะอ้าปาก หายใจถี่  ตาค้าง  และขาดใจตายในที่สุด โดยที่มือของหลวงพ่อและเขายังกุมกันไว้แน่น” วันนั้นท่านเดินทางกลับวัดด้วยจิตใจที่กระเจิดกระเจิง เมื่อได้ทราบว่าคนไข้ที่เพิ่งสิ้นใจคือผู้ป่วยโรคเอดส์ ทว่าหลังจากนั้นไม่นาน จิตใจที่สับสนเพราะความตายบังเกิดขึ้นต่อหน้าก็เปลี่ยนเป็นปัญญาและความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ที่ล้มป่วยด้วยโรคร้ายและไร้ที่พึ่งพิงแทน และนั่นคือจุดเริ่มต้นของ โครงการธรรมรักษ์นิเวศน์ ซึ่งมีจุดมุ่งหมายให้วัดพระบาทน้ำพุเป็นที่พึ่งสุดท้ายของผู้ป่วยโรคเอดส์ ช่วงแรกที่ก่อตั้ง ท่านต้องเผชิญเรื่องราวร้อยพันแง่มุม บางวันที่ออกบิณฑบาต ท่านถึงกับต้องอุ้มบาตรเปล่ากลับวัด เพราะถูกชาวบ้านต่อต้านว่า “หลวงพ่อรับคนเป็นเอดส์มาอยู่วัดทำไม” แต่พอผ่านเวลา 20 กว่าปี หลวงพ่อก็ได้ปลูกฝังให้สังคมลดอคติต่อผู้ป่วยและหันมาช่วยสนับสนุนวัดพระบาทน้ำพุมากขึ้น การดูแลผู้ป่วยเอดส์เป็นกิจของสงฆ์ด้วยหรือคะ  คำถามนี้ดังมาตลอดยี่สิบปี…หลวงพ่ออยากให้เราลองคิดย้อนไปสมัยโบราณ  สมัยพระพุทธเจ้าไม่มีกระทรวงสาธารณสุขหรอกมีแต่ปู่ชีวกโกมารภัจจ์  ทุกข์ทุกอย่างของสัตว์โลก  ความเจ็บปวด  ความตาย  พระสงฆ์องค์เจ้าท่านมีความรู้ที่จะบำบัดได้รอบด้าน  ตั้งแต่เกิด  พระก็ตั้งชื่อ เจ็บป่วยก็ไปขอยาพระ  บางทีก็ให้ท่านเป่าน้ำมนต์ให้พระท่านมีศาสตร์ในการช่วยชีวิตคน  เพราะท่านเรียนรู้ธรรมชาติมากกว่าเรา  พระสอนให้คนเป็นคนดี  สอนให้ทำสิ่งดี ๆ  ดำรงชีวิตอยู่อย่างเหมาะสม  ขยันทำมาหากิน  เอาธรรมชาติรอบตัวมาใช้ให้เกิดประโยชน์พระสอนทั้งนั้น  ชีวิตของพระเป็นชีวิตแบบบูรณาการ  และช่วยบำบัดทุกข์ทั้งหลายของสัตว์โลกได้ แต่ถ้าถามว่ามันใช่หน้าที่ของพระไหมที่ต้องมาดูแลคนป่วย หลวงพ่อก็จะบอกว่ามันไม่ใช่โดยตรง และอันที่จริงคนป่วยเหล่านี้ก็ไม่มีใครอยากมาอยู่วัดหรอก แต่ในเมื่ออยู่บ้านไม่ได้ สุดท้ายมันก็ต้องหาที่ไป วัดพระบาทน้ำพุก็เป็นที่หนึ่งที่เขาเลือกจะมาบางคนถูกเอามาทิ้งไว้ที่หน้าวัดก็มี แสดงให้เห็นว่าคนที่มีหน้าที่จริง ๆ ยังบกพร่องใช่ไหมโรงพยาบาลมีไม่พอ หมอส่วนใหญ่ไปอยู่โรงพยาบาลเอกชน ความบกพร่องเหล่านี้มันมีอยู่จริง สังคมเราจึงมีสิ่งที่ไม่ควรต้องมี เช่น บ้านพักคนชรา  คนขอทาน เรากำลังพูดถึงสังคมที่มีความรับผิดชอบนะ  แต่จริง ๆ แล้วไม่มี  เพราะยังมีคนที่อดอยากหิวโหยคนเป็นเอดส์จึงต้องมาอยู่วัด   วัตถุประสงค์หลักของโครงการธรรมรักษ์ฯ คือมุ่งหวังให้สังคมมีเมตตาธรรมและมนุษยธรรมต่อผู้ป่วยเอดส์… วันนี้ถึงเป้าหมายนั้นแล้วหรือยังคะ โรคเอดส์เป็นเรื่องของความป่วยไข้ที่ลุกลามไปเป็นอคติของสังคม คนเป็นเอดส์ถูกรังเกียจ ถูกมองว่ามีพฤติกรรมทางเพศไม่ดี  สำส่อน  สังคมเราไม่ให้อภัย  ไม่ให้โอกาส  ถึงได้มีคนทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่ยังดีที่ยี่สิบปีที่ผ่านมา คนไทยเปลี่ยนไปเยอะ ทุกปีจะมีคนมาที่วัดประมาณสองแสนคน มาทำบุญ มาช่วย เพราะเขาข้ามผ่านอคติไปแล้ว หลวงพ่ออยากฝากไว้ว่า ก่อนจะตัดสินใคร ให้ถามตัวเองว่า เราดีที่สุดแล้วหรือยัง ดีทุกอย่างแล้วหรือเปล่า  ในโลกนี้ไม่มีใครดีที่สุดหรอก และจะบอกว่าใครเลวทุกอย่าง มันก็ไม่ใช่ คนเลวคนหนึ่งวันนี้ ถ้าพรุ่งนี้ทำดีเขาก็เปลี่ยนเป็นคนดีได้ ขณะเดียวกันคนดีในวันนี้ พรุ่งนี้มันก็เลวได้  นี่คือความไม่เที่ยงแท้ของมนุษย์ ความถูกผิดดีชั่วนั้นไม่มีอะไรแน่นอนจะมาตีกรอบตีเส้นไม่ได้หรอก ถ้าสังคมมีคนเลว เราต้องช่วยให้เขาเปลี่ยนเป็นคนดีอย่าเพิ่งไปมองว่าเป็นหน้าที่ของใคร ว่าเรื่องนั้นเป็นหน้าที่ของคนนั้น ไม่ใช่หน้าที่ของคนนี้ เวลาเห็นขยะเกลื่อนอยู่ข้างทาง เรามักจะคิดก่อนเลยว่า ทำไมเทศบาลไม่มาเก็บขยะ แทนที่เราจะเก็บไปทิ้งเสียเองเพื่อให้สังคมสะอาด…คนส่วนใหญ่ก้าวข้ามเส้นนี้ไม่ได้ ถ้าเรามองที่ประโยชน์ของสาธารณะหรือสังคม เราจะพบบทบาทที่เหมาะสมของตัวเอง ถามว่าหลวงพ่อดูแลผู้ป่วยเอดส์มันแปลกไหม ไม่แปลกหรอกลูก…แค่มันถูกมองข้าม หลวงพ่อหาตัวเองเจอว่าเราอยู่ตรงนี้เราจะทำอะไรได้บ้าง ใครไม่เก็บ เราก็เก็บเพราะมันก็เป้าหมายเดียวกัน ถ้าทุกคนคิดแบบนี้ หลวงพ่อว่าโลกมันจะน่าอยู่มากขึ้น จากเดิมที่วัดดูแลเฉพาะผู้ป่วยระยะสุดท้าย สังเกตว่าตอนนี้มีทั้งโรงเรียน บ้านเด็ก  บ้านพักคนชรา     ในความเหน็ดเหนื่อยจากการทำกิจต่างๆ  เคยมีความท้อใจปะปนมาบ้างไหมคะ   เรายินดีในสิ่งที่เราเป็นนะลูก ทุกเรื่องที่เกิดขึ้น โครงการต่าง ๆ ที่หลวงพ่อทำ มันดำเนินของมันไปตามเหตุตามปัจจัย เมื่อเราประเมินแล้วว่าเราทำดี แม้ไม่ได้คะแนนเต็ม 100  อาจจะได้แค่ 70 - 80 คะแนน  ก็ถือว่าเราสอบผ่าน แต่ถ้าคนไปมองส่วนที่ยังบกพร่อง เขาก็มองว่าเราไม่ดี ตรงนี้เป็นธรรมดาของโลก ที่สุดก็ทำให้เรามีดวงตาเห็นธรรมว่า  ตราบใดที่เราอยู่ในโลก มันไม่มีทางหนีพ้นหรอก คนสรรเสริญ คนนินทา โลกนี้มันก็เป็นธรรมดาอยู่แล้วที่จะต้องเจอสิ่งที่ตรงข้าม  เจอความขัดแย้งแตกต่าง  และก่อให้เกิดความทุกข์ หากเราจะยืนหยัดอยู่ตรงนี้ ก็ต้องยอมรับว่าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นแน่ ๆ  จะไปบอกทุกคนว่าอย่ามาตำหนิติเตียนเราเลย ก็คงไม่ได้ จะไม่ให้ลิงมากินลูกโพธิ์ ก็คงไม่ได้จะไม่ให้งูมากินไข่นกพิราบที่ทำรังอยู่บนต้นโพธิ์ ก็คงไม่ได้ แต่สัตว์ทั้งหลายคงไม่ทำให้ต้นโพธิ์ล้มลง คงมีกิ่งหักกิ่งร่วงบ้างเป็นธรรมดา ดีที่ว่าต้นโพธิ์มีรากที่แข็งแกร่งและสามารถยืนหยัดได้ทุกฤดูกาล แม้ในบางฤดู  ต้นโพธิ์อาจไม่เหลือใบแม้สักใบ  แต่ต้นโพธิ์ไม่เคยตาย…ไม่ตายจากศรัทธาที่เรามี   Secret Box โดยสาระจริง ๆ ของชีวิต      มนุษย์อยู่กันด้วยความรัก                   …

วิธีทำสมถะกรรมฐาน “พองยุบ” ทีละขั้นตอน โดยหลวงพ่อจรัญ

วิธีทำสมถะกรรมฐาน “พองยุบ” ทีละขั้นตอน โดยหลวงพ่อจรัญ

หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม กล่าวถึงวิธีการทำสมถะกรรมฐาน “พองยุบ” ไว้ว่า วิธีนั่งกรรมฐานจะเอาอย่างไรก็ได้ มีอยู่ 3 แบบ นั่งสากลนิยม ขัดสมาธิสองชั้นอย่างนี้เอาขาขวาทับขาซ้าย มือขวาทับมือซ้าย วางไว้ที่หน้าตัก นี่นั่งขัดสมาธิทั่ว ๆ ไป จะนั่งบนเก้าอี้ก็ได้ จะนั่งชั้นเดียวหรือนั่งท่าไหน ๆ ก็เมื่อยเหมือนกันหมดทุกท่า เมื่อนั่งเสร็จแล้วให้หายใจยาว ๆ หายใจเข้ายาว ๆ หายใจออกยาว ๆ เวลาหายใจเข้าท้องมันจะพอง เวลาหายใจออกท้องมันจะยุบ นี่กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน บางคนไม่เข้าใจพองหนอไม่ยุบเลย บางคนยุบยังไม่ทันหนอ พองขึ้นมาอีกแล้ว บางคนก็ไม่เอาเลย มันต้องฝึกหายใจยาว ๆ แล้วดูที่ท้อง อย่าไปบังคับท้องมัน ลองนอนลงไป เอามือประสานท้องเข้าไว้ หายใจยาว ๆ ท้องพองเราก็ว่ากันไปตามมือ “พอง…หนอ” ท้องยุบเราก็ว่าไป “ยุบ…หนอ” ทำช้า ๆ ถ้าอยากทำได้ ต้องหายใจยาว อย่าหายใจสั้น ถ้าหายใจสั้นก็ทำไม่ได้ อย่าเกร็งอย่าฝืน ดูท้องเฉย ๆ แล้วกำหนดตาม ส่วนมากแล้วพวกหายใจสั้นจะโมโหเก่ง…

5 กลยุทธ์พิชิตใจใครคนนั้น รับประกันเห็นผลแน่นอน!  

5 กลยุทธ์พิชิตใจใครคนนั้น รับประกันเห็นผลแน่นอน!  

เคยไหม…ตกหลุมรักใครตั้งแต่แรกพบ แต่จนแล้วจนรอดคุณก็ไม่กล้าแม้แต่จะเริ่มต้นเข้าไปทำความรู้จักเพราะกลัวต้องพบความผิดหวัง…เพื่อให้คุณกล้าที่จะรักด้วยหัวใจที่เบิกบาน  Secret ขอเสนอวิธีพิชิตใจใครคนนั้น  รับประกันว่าเห็นผลแน่นอน!   กลยุทธ์ที่ 1 “รู้เขา  รู้เรา”  ความสัมพันธ์ที่ราบรื่นและยืนยาวที่สุดเกิดจากการรู้จักและยอมรับตัวตนที่แท้จริงของกันและกัน  เริ่มจากการสังเกตใครคนนั้นตั้งแต่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ  เช่น  การแต่งกาย  สีที่ชอบ  อาหารจานโปรด ฯลฯ  เรื่อยไปจนถึงเรื่องราวใหญ่โตที่เกิดขึ้นในชีวิตเขา  เพื่อดูว่าเขามีแนวคิดรวมทั้งมีวิธีจัดการกับความสุขและทุกข์ที่เกิดขึ้นอย่างไร เพราะไม่ว่าแรกพบเขาจะเคยดูน่ารักเพียงใด  ก็อาจเปลี่ยนแปลงเป็นอื่นได้หากนิสัยใจคอของคุณและเขาไม่เข้ากัน กลยุทธ์ที่ 2  อัธยาศัยดีมีชัยไปกว่าครึ่ง  หากพบว่านิสัยของคุณและเขาน่าจะเข้ากันได้แล้ว  ลำดับต่อมาคือ  การเริ่มต้นทำความรู้จักกันด้วยไมตรีจิตอย่างเป็นธรรมชาติ  ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากในการเริ่มความสัมพันธ์  หลายคนไม่สามารถก้าวเข้าไปในหัวใจใครได้  เพราะหยิบยื่นไมตรีจิตมากเกินไปจนดูเหมือนไม่จริงใจ  ในขณะที่อีกหลายคนกลับทำแล้วดูฝืนใจมากกว่า  ดังนั้น  การเริ่มทำความรู้จักกันด้วยรอยยิ้ม  ทักทายในเรื่องทั่วไปอย่างพอดีพองาม  ดูสบาย ๆ  และไม่เกร็งคือจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุด กลยุทธ์ที่ 3    ฉลาด  อารมณ์ดี  และไม่เฟอร์เฟ็กต์  เชื่อเถอะว่า  คนที่มีนิสัย 3 ข้อนี้อยู่ในตัวคือบุคคลทรงเสน่ห์ที่ใคร ๆ ก็เผลอใจหลงรัก เพราะใครก็อยากอยู่ใกล้คนอารมณ์ดีที่ทำให้คนที่อยู่ใกล้ ๆ รู้สึกสดใสและมีรอยยิ้มตามไปด้วย ในขณะที่เมื่อมีปัญหาก็สามารถปรึกษาได้ทุกเรื่อง เพราะคุณมักมีมุมมองที่แตกต่างและลึกซึ้งกว่าใคร และที่สำคัญ การเป็นคนไม่เพอร์เฟ็กต์ จะยิ่งทำให้คุณดูน่ารักเป็นธรรมชาติ กลยุทธ์ที่ 4   เรื่องเล็กน้อยอันยิ่งใหญ่ วิธีเอาชนะใจที่ได้ผลดีและรวดเร็วที่สุดคือ การจดจำเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้  เพราะเป็นการแสดงออกว่า คุณใส่ใจเขาโดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ยคำใด เช่น คุณอาจแวะซื้อขนมครกเจ้าอร่อยไปฝาก เพราะจำได้ว่าเป็นของโปรดที่เขาอยากกินมานาน แค่นี้ก็สร้างความประทับใจให้ได้ไม่รู้ลืมแล้ว กลยุทธ์ที่ 5   เรียนรู้กฎอนิจจังแห่งรัก แม้คุณจะพยายามสร้างเสน่ห์มัดใจเขาอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่หากเขายังเฉยชาและไม่มีทีท่าว่าจะชอบคุณแต่อย่างใดสิ่งสุดท้ายที่คุณควรทำคือ  ยิ้มรับและปล่อยวาง  คุณไม่ควรตีอกชกหัวด้วยความเสียใจ เพราะความรักก็ไม่ต่างกับทุกสิ่งบนโลกที่ไม่แน่นอน ไม่มีใครเป็นเจ้าของและไม่ยืนยง ผลสรุปของกลยุทธ์ทั้ง 5 นี้อาจไม่ได้ลงเอยด้วยความสมหวัง แต่คุณก็จะได้เรียนรู้การใส่ใจใครสักคนด้วยความรู้สึกดี ๆ  และยังคงรักษาความรู้สึกนั้นไว้ได้แม้ทุกอย่างจะไม่เป็นอย่างใจ  Secret รับประกันว่า นั่นเป็นบทเรียนที่มีค่าสำหรับหัวใจของมนุษย์ทุกคน 

20 คำขอพรแบบชาวพุทธแท้ๆ และเป็นปัญญาชน โดยท่าน ว.วชิรเมธี

20 คำขอพรแบบชาวพุทธแท้ๆ และเป็นปัญญาชน โดยท่าน ว.วชิรเมธี

Secret เชื่อว่า แทบทุกครั้งที่ผู้อ่านทำบุญหรือสวดมนต์ ล้วนตั้งจิตอธิษฐาน ขอพรกันทั้งสิ้น.. ท่านว.วชิรเมธี กล่าวว่า ใครคิดจะขอพรอย่างไรก็เป็นเรื่องที่ทำได้ตามอัธยาศัย แต่สำหรับใครก็ตามที่มักสมอ้างตนเองว่าเป็นชาวพุทธ ควรจะมีวิธีขอพรอีกแบบหนึ่ง ซึ่งเป็นพรที่เราต้องขอจากตัวเอง เพื่อตัวเอง และด้วยตัวเอง ชาวพุทธซึ่งตามปกติมีสร้อยต่อท้ายว่าเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ควรจะขอพรกันอย่างไร ท่านว. จึงขอนำเสนอให้พิจารณาวิธีขอพรแบบชาวพุทธดังต่อไปนี้ 1. ขอให้ข้าพเจ้าอย่าหลงผิดคิดไปว่า ลำพังการขอ เพียงอย่างเดียวโดยไม่ต้องลงมือทำอะไรก็ประสบความสำเร็จ 2. ขอให้ข้าพเจ้าอย่าละเลยการใช้สติปัญญาในการ ดำเนินชีวิตด้วยความสุขุมคัมภีรภาพ 3. ขอให้ข้าพเจ้าอย่าประมาทขาดสติในทุกเรื่องที่คิด ทุกกิจที่ทำ ทุกคำที่พูด ทุกครั้งที่เคลื่อนไหว 4. ขอให้ข้าพเจ้าอย่าพอใจในการเป็นคนคดในข้องอในกระดูก ตลบตะแลงปลิ้นปล้อนลื่นไหลเฉกเช่นศรีธนญชัย 5. ขอให้ข้าพเจ้าอย่าเป็นนักจับผิด มองโลกแต่ใน แง่ร้าย เห็นแต่ด้านที่เลวทรามต่ำช้าของมนุษยชาติผู้มีทั้งความดีงามและความผิดพลาดในชีวิตเป็นธรรมดา 6. ขอให้ข้าพเจ้าอย่าเป็นคนเห็นแก่ตัว คิดถึงแต่ประโยชน์ส่วนตัวจนมองไม่เห็นหัวคนอื่น รวมทั้งส่วนรวม 7. ขอให้ข้าพเจ้าอย่าพอใจในการประพฤติทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวงหลอกลวงประชาชนในทุกรูปแบบ 8. ขอให้ข้าพเจ้าอย่าเป็นคนละโมบโลภมากในยศทรัพย์ อำนาจ ชื่อเสียง กามารมณ์ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด 9. ขอให้ข้าพเจ้าอย่าเกิดมาเสียเวลาเปล่าโดยไม่เคยประทับรอยแห่งความดีงามฝากไว้ให้คนรุ่นหลัง 10. ขอให้ข้าพเจ้าอย่าเป็นคนลืมตัว…

นิตยสารซีเคร็ต

Reg_MemBuy

SECRET BOX

ติดต่อลงโฆษณา

พิชาภา ชลายนต์ : 089-498-1156
สุชาณัฐ เหต้าน : 082-565-9995
ทิตยาภรณ์ พลพวก : 084-552-8282
กชพรรณ มูลอัต : 087-519-4241

โทรศัพท์ 02-422-9999 ต่อ 4284

VEDIO

SOUND

banner member

ข่าวและกิจกรรม

กิจกรรมพักผ่อนใจประจำสัปดาห์ 29 สิงหาคม- 5 กันยายน 2559

กิจกรรมพักผ่อนใจประจำสัปดาห์ 29 สิงหาคม- 5 กันยายน 2559

สวดมนต์ ทำวัตรเย็น และฟังการแสดงธรรม ขอเชิญทุกท่านร่วมสวดมนต์ ทำวัตรเย็น และฟังการแสดงธรรม โดย พระอาจารย์สุรศักดิ์ เขมรํสี วัดมเหยงคณ์ จ.พระนครศรีอยุธยา วัน: พฤหัสบดี ที่ 1 กันยายน 2559 เวลา: 18.00-20.00 น. สถานที่: ห้องพระชั้น 3 มูลนิธิบ้านอารีย์ ซ.อารีย์ 1 ใกล้ BTS อารีย์ หรือชมการถ่ายทอดสวดมนต์ได้ที่ http://www.baanaree.net/main/index.php เริ่มเวลา 18.00 น.   อบรมการเจริญสติแบบเคลื่อนไหวตามแนวทางหลวงพ่อเทียน ขอเชิญท่านผู้สนใจเข้าร่วมอบรมกรรมฐานการเจริญสติแบบเคลื่อนไหวตามแนวทางหลวงพ่อเทียน โดย พระอธิการเอนก เตชวโร มูลนิธิหลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ วัน: เสาร์ที่ 3 กันยายน 2559 เวลา: 14.00 – 15.30 น. สถานที่: ห้องกรรมฐาน อาคารเจริญธรรม…

ขอเชิญร่วมสร้างห้องสุขาและทางจงกรม

ขอเชิญร่วมสร้างห้องสุขาและทางจงกรม

ตามที่วัดป่าเมตตาวนารามห้วยไร่ต.ป่าหุ่ง อ.พานจ.เชียงราย ได้มีการบูรณะปรับปรุงขึ้นเป็นวัดสายป่าสายพระอาจารย์มั่นโดยมีหลวงพ่อสนธิ์อนาลโยดูแลได้มีดำริให้จัดสร้างห้องสุขาและทางจงกรม ****ห้องละ20,000 (5ห้อง) ****ทางจงกรมเส้นละ15,000(มุงหลังคา) ********++++********** สามารถร่วมบุญได้กำลังศรัทธาร่วมบุญ_ธนาคารกรุงไทยเลขที่ 504-0-85490-0 ชื่อพระนิตินัย อุดมกัน สาขาพาน ธนาคารกสิกรไทเลขที่669-2-10893-9 ชื่อนิตินัย อุดมกัน สาขาพาน เชียงราย ********++++++********* สอบถามรับใบอนุโมทนาบัตร 098-310-8972

3 ปี อาจาริยบูชารำลึกท่านอาจารย์โกเอ็นก้า

3 ปี อาจาริยบูชารำลึกท่านอาจารย์โกเอ็นก้า

เมื่อ 3 ปีก่อน คณะศิษย์ในประเทศไทยได้รับทราบข่าวที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน ข่าวนั้นแจ้งว่าท่านอาจารย์โกเอ็นก้าในวัย 90 ปี ได้จากพวกเราไปแล้วอย่างสงบที่บ้านพักในเมืองมุมไบ ในคืนวันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2556 … แม้ว่าท่านอาจารย์จะมุ่งเน้นให้ศิษย์เฝ้าฝึกฝนขัดเกลาตนด้วยการปฏิบัติภาวนาโดยไม่ยึดติดในตัวบุคคล และได้วางแนวทางการดำเนินงานด้านการอบรมให้สามารถดำเนินไปแม้จะปราศจากตัวท่าน หากแต่ผู้ที่ได้ลิ้มรสผลอันวิเศษจากแนวทางการปฏิบัตินี้ ก็ย่อมใจหาย และอาลัยในการจากไปของท่านอาจารย์อยู่ไม่น้อย ท่านอาจารย์มักจะกล่าวอยู่เสมอว่าวิธีที่จะเข้าถึงคำสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ดีที่สุดคือการปฏิบัติภาวนา และการบูชาที่เลิศที่สุดก็คือการปฏิบัติบูชา แม้ในการถามตอบปัญหาธรรมเมื่อครั้งเดินทางไปเยือนพม่า แผ่นดินถิ่นเกิดของท่านเป็นครั้งสุดท้ายเมื่อปีพ.ศ. 2555 ท่านก็ยังคงกล่าวย้ำแก่ศิษย์ของท่านว่า จงปฏิบัติ ปฏิบัติทั้งเพื่อประโยชน์ของเราเอง เพื่อประโยชน์ของผู้อื่น เพื่อประโยชน์ของประเทศ เพื่อประโยชน์ของโลก จงปฏิบัติ ปฏิบัติ ปฏิบัติ ในวาระครบรอบ 3 ปี แห่งมรณกรรมของท่านอาจารย์ คณะศิษย์จึงได้ร่วมกันจัดงาน “3 ปี อาจาริยบูชารำลึก ท่านอาจารย์โกเอ็นก้า“ เพื่อปฏิบัติภาวนาเป็นอาจาริยบูชาและน้อมรำลึกถึงท่านอาจารย์ ในวันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2559 ณ หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ เวลา 16.00 น. โดยนอกจากจะมีการปฏิบัติร่วมกันแล้ว…

งานมหกรรมสุขภาพครั้งยิ่งใหญ่ สมุนไพรในสภาวะโลกร้อน

งานมหกรรมสุขภาพครั้งยิ่งใหญ่ สมุนไพรในสภาวะโลกร้อน

ปัจจุบันสภาวะโลกร้อนทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ นอกจากจะส่งผลต่อสภาพแวดล้อมแล้ว ยังก่อให้เกิดโรคต่างๆ ตามมามากมาย เช่น เกิดอาการร้อนใน ภูมิแพ้ โรคผิวหนัง โรงระบบทางเดินอาหาร โรคตา ภาวะเครียดและจิตประสาท เป็นต้น โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จึงร่วมกับกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน รับมือกับการเปลี่ยนแปลงนั้น เพื่อให้ประชาชนดูแลสุขภาตนเองให้แข็งแรงในสภาพวะโลกร้อนนี้ได้ ด้วยการจัด “งานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติครั้งที่ 13” ระหว่างวันที่ 31 ส.ค. – 4 ก.ย.นี้ ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ฮอล์ 6-8 ภายในงานจะได้พบกับกิจกรรมเพื่อสุขภาพหลากหลายรูปแบบ ดังนี้ 1.บริการตรวจสุขภาพฟรี โดยใช้การตรวจ วินิจฉัยด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย เช่น การดูลิ้น จับชีพจร ตรวจธาตุเจ้าเรือน ดูตา ดูกำเดา เป็นต้น 2.สาธิตการแปรรูปสมุนไพร เช่น มาร์กผักเบี้ยใหญ่ Botox ของชาวไทย เค้กดาวเรือง ชาลิ้นมังกร น้ำดอกงิ้ว 3.เวทีกิจกรรม ให้ความรู้เรื่องสมุนไพรแบบเจาะลึก แนะนำการดูแลสุขภาพ กิจกรรมสาธิตการแปรรูปสมุนไพร…