| |
|
แม่ไก่โต๊ก
11/03/2010 16:53:32
|
ความคิดเห็นที่ 18
อ่านเรื่องนี้แล้วทำให้นึกอาจารย์ กำพล ทองบุญนุ่ม
ชายผู้พิการต้องนั่งอยู่ในรถเข็นเกือบยี่สิบปี แต่เพราะทุกข์จากความพิการนี้เอง ทำให้อาจารย์ได้พบธรรม
ปัจจุบันอาจารย์เป็นอุปกรณ์ทางธรรม (อาจารย์เรียกตัวเองอย่างนั้น) สอนธรรมะแนวหลวงพ่อเทียน (กายเคลื่อนไหว) คนที่มีครบ 32 อย่างเรายังต้องนับถือเลยค่ะ
แจ้งลบกระทู้
|
|
|
เอ๋taxiครับผม
20/01/2010 04:09:05
|
ความคิดเห็นที่ 17
“ผีเสื้อที่พยายามโบยบินเพื่อความเป็นนิรันดร หาใช่เรื่องเล่าชวนสังเวชของชายพิการผู้ถูกจองจำอยู่ในชุดประดาน้ำ สะท้อนถึง “หัวใจที่ไม่มีวันแพ้ของผู้ชายพิการคนหนึ่ง ซึ่งทำในสิ่งที่ไม่มีใครคิดว่าจะสามารถเกิดขึ้นได้”
แจ้งลบกระทู้
|
|
|
เอ๋taxiครับผม
20/01/2010 04:08:31
|
ความคิดเห็นที่ 16
แต่สำหรับ ฌ็อง ชีวิตในสภาพที่ไม่สมศักดิ์ศรี ไม่อาจลดค่าความเป็นมนุษย์ซึ่งเปี่ยมไปด้วยความหวังลงได้ แม้ทุกวินาทีที่มีชีวิตอยู่เพียงแค่เพื่อขยับเปลือกตากไม่มีสักเสี้ยวที่ ฌ็อง จะร้องขอ การุณยฆาต เหมือนดังที่ VINCENT พร่ำเพ้อคร่ำครวญ...ทุกตัวอักษรที่ถูกสะกดออกมาด้วยความพยายาม เป็นเสมือน
แจ้งลบกระทู้
|
|
|
เอ๋taxiครับผม
20/01/2010 04:08:02
|
ความคิดเห็นที่ 15
การุณยฆาต อ้างอิงร่างพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติตามลายลักษณ์อักษรว่า
“บุคคลมีสิทธิ์ในการแสดงความจำนงที่จะปฏิเสธการรักษาพยาบาลที่เป็นไปเพียงเพื่อการยึดการตายในวาระสุดท้ายของชีวิตตนเอง เพื่อการตายอย่างสงบและมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์”
เปรียบคำพูดที่ RAMON กล่าวไว้ต้นเรื่อง THE SEA IN SIDE ว่า A LIFE IN THIS CONDITION HAS NO DIGNITY หรือ
“ชีวิตในสภาพนี้ไม่สมศักดิ์ศรี”
แจ้งลบกระทู้
|
|
|
เอ๋taxiครับผม
20/01/2010 04:07:35
|
ความคิดเห็นที่ 14
“แต่แล้วสิ่งที่น่าสลดใจได้เกิดขึ้น ก่อนหน้าที่หนังสือจะออกวางจำหน่ายเพียงวันเดียว มารดาของเขาตัดสินใจ “ฆ่าเพราะรัก ซึ่งไม่ต้องการเห็นลูกทรมานอีกต่อไป” ด้วยการฉีดสารเคมีประเภทยานอนหลับอย่างแรง (BARBITURIQUE) ให้กับลูกชายของตนเอง! ซึ่งคณะแพทย์ได้รีบนำตัวเขาเข้าห้องฉุกเฉิน...ที่สุดแล้ว ชายคนนี้ก็ได้ตายสมใจ หลังจากรอคอยมา 3 ปี และมารดาของเขาก็ถูกดำเนินคดีตามกฎหมายในที่สุด”
แจ้งลบกระทู้
|
|
|
เอ๋taxiครับผม
20/01/2010 04:07:14
|
ความคิดเห็นที่ 13
ทั้งนี้มีผู้เสนอให้ครอบครัวของ VINCENT ย้าย VINCENT ไปยังในประเทศที่มีกฎหมาย เปิดโอกาสให้ทำ EUTHANASIE แต่มารดาของเขากล่าวว่าไม่ต้องการทำเช่นนั้น
“เพราะลูกชาย ไม่ต้องการตายอย่างหลบซ่อน”
ดังนั้นวิธีเดียวที่ดีที่สุด ก็คือการที่ VINCENT ตัดสินใจเขียนจดหมายถึง ประธานาธิบดี JACQUES CHIRAC เพื่อต้องการให้ประธานาธิบดีเสนอร่างกฏหมายที่เกี่ยวกับ EUTHANASIE ทั้งนี้เมื่ออยู่ระหว่างการยื่นเรื่อง และรอเวลาการพิจารณาจากทางรัฐ VINCENT ก็ได้เขียนหนังสือ “ข้าพเจ้าขอสิทธิที่จะตาย” ขึ้นมา เพื่อเผยแพร่สู่มวลชน และเสริมกำลังเพื่อเน้นย้ำให้ประธานา
ธิบดีเห็นความสำคัญในสิ่งที่เขาขอ
แจ้งลบกระทู้
|
|
|
เอ๋taxiครับผม
20/01/2010 04:06:51
|
ความคิดเห็นที่ 12
“แต่ทุกคนก็ไม่สามารถทำการใดๆ ได้ เพราะกระบวนการ EUTHANASIE ในประเทศฝรั่งเศสไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้ หากมีการดำเนินการไปผู้ทำไม่ว่าจะเป็นแพทย์ หรือครอบครัวของผู้ป่วยจะมีความผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนาตามกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษสูงสุด ถึงจำคุกตลอดชีวิต”
แจ้งลบกระทู้
|
|
|
เอ๋taxiครับผม
20/01/2010 04:06:32
|
ความคิดเห็นที่ 11
...เมื่อเป็นดังนั้น ความปวดร้าวจนถึงที่สุดก็ได้เกิดขึ้น เมื่อ VINCENT ต้องการจบชีวิตของตัวเองอ่านการเคาะนิ้วหัวมารดามือให้มารดาได้รับรู้ แต่ทั้งนี้เป็นไปไม่ได้ เพราะกฏหมายฝรั่งเศสไม่มีบัญญัติไว้ถึงกระบวนการ “EUTHANASIE” ซึ่งความหมายว่า “ตายอย่างสงบ” ซึ่งมีกฏหมายในบางประเทศรองรับไว้ สำหรับผู้ป่วยที่ทนทุกข์ทรมานอย่างสาหัส และไม่สามารถรักษาให้หายได้ รวมทั้งครอบครัวของ VINCENT ต่างเห็นด้วย เพราะไม่ต้องการให้เขาได้รับทรมานอีกต่อไป
แจ้งลบกระทู้
|
|
|
เอ๋taxiครับผม
20/01/2010 04:05:42
|
ความคิดเห็นที่ 9
รวมทั้งกรณีของ นาง ซูซาน ทอร์เรส ซึ่งเผชิญกับสภาวะสมองตายขณะตั้งครรภ์ได้ 4 เดือน คนในครอบครัวและคณะแพทย์ได้ตัดสินใจยื้อชีวิตจนเด็กน้อยในครรภ์อายุได้ 7 เดือนจึงผ่าจากครรภ์และปลดปล่อยให้ผู้เป็นมารดา ได้หลับใหลชั่วนิรันดร แต่ที่สำคัญไม่มีกรณีใดเป็นที่ฮือฮาและสร้างกระแสสังคมเท่ากับการขอการุณยฆาต โดย นาย VINCENT HUMBERT ในปี 2000 ซึ่งเขียนจดหมายถึงประธานาธิบดี Jacques Chirac เพื่อขออนุญาตให้ผู้อื่นฆ่าตนเองได้!
แจ้งลบกระทู้
|
|
|
เอ๋taxiครับผม
20/01/2010 04:05:22
|
ความคิดเห็นที่ 8
RAMON ร้องขอความตายด้วยสติสัมปชัญญะที่สมบูรณ์ จากการหาผู้ที่จะมาช่วยปลิดชีวิตเขาให้พ้นจากความทรมาน หากศาลอนุญาตผู้ที่การะทำการรุณยฆาต จะไม่ได้รับผิดทางอาญา
ในกรณีของ ROMONไม่ต่างจากการุณยฆาตที่เป็นข่าวไปทั่วโลกสามกรณีได้แก่ นางเทอรี เซียโว ซึ่งอยู่ในสภาพไม่สามารถรับรู้สิ่งใด ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้มานานถึง 15 ปี สามีของเธอเป็นผู้ร้องขอต่อศาลที่จะปลดสายอาหารออกเพื่อให้เธอก้าวสู้หนทางพ้นทุกข์
แจ้งลบกระทู้
|
|
|
เอ๋taxiครับผม
20/01/2010 04:05:03
|
ความคิดเห็นที่ 7
ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้สร้างกระแสสำนึกในทัศนะของ “การุณยฆาต” กลับมาเป็นที่วิพากษ์ในลักษณะที่ใกล้เคียงกับ THE SEA IN SIDE ภาพยนตร์จากการกำกับของ ALEJANDRO AMENABAR ดังแปลงจากชีวิตของ RAMON SAMPEDROชายผู้เผชิญกับ QUADRIPLEGIA หรือ อัมพาตระดับคอลงไป
แจ้งลบกระทู้
|
|
|
เอ๋taxiครับผม
20/01/2010 04:04:16
|
ความคิดเห็นที่ 5
ในช่วงนี้ภรรยาเก่าได้มาดูแล และพาลูกๆ มาพบ เธอก็จะพาเขาพร้อมลูกๆ นั่งรถเข็นไปยังที่ต่างๆ นอกโรงพยาบาลทุกวันอาทิตย์ของสัปดาห์ จากเดิมที่ทุกวันๆ ก็เหมือนกันหมด ทำให้ ฌ็อง เฝ้ารอวันอาทิตย์ที่จะมาถึงของทุกๆ สัปดาห์ให้มาถึงเร็วที่สุด
ความอุตสาหะของทั้งสองเดินทางจากพยัญชนะเพียงหนึ่งตัวถึงคำหนึ่งคำซึ่งรวมกันต่อเป็นประโยค สู่วรรณกรรมบันทึกชีวิต ยอดขาย 1.5 ล้านเล่มในหนึ่งอาทิตย์ แต่เมื่อผลงานชิ้นนี้วางจำหน่ายได้เพียงสามวัน ฌ็อง เสียชีวิตลงเสมือนประสบความสำเร็จในวัตถุประสงค์สุดท้ายของชีวิต
แจ้งลบกระทู้
|
|
|
เอ๋taxiครับผม
20/01/2010 04:03:55
|
ความคิดเห็นที่ 4
ฌ็อง ให้พยาบาลติดต่อไปยังนิตยสารที่เขาทำงานอยู่ เพื่อส่งคนมาช่วยจดบันทึกในสิ่งที่จะต้องเขียน แต่แล้วคนที่ถูกส่งมา กลับกลายเป็น “ภรรยาเก่า” ที่ทำงานอยู่ที่นิตยสารนี้!
ทั้งสองเริ่มต้นงานเขียน ซึ่ง ฌ็อง ต้องใช้ความเพียรอย่างยากลำบากโดยการขยับเปลือกตาซ้ายตอบรับ การสะกดตัวอักษรที่ถูกต้อง ด้วยการจัดรูปแบบตัวอักษรที่ใช้มากไปถึงน้อยได้แก่ “ESA
RINTULOMDPCFBVHGJQZYXKY”
แจ้งลบกระทู้
|
|
|
เอ๋taxiครับผม
20/01/2010 04:03:39
|
ความคิดเห็นที่ 3
แม้จะขยับตัวไม่ได้ แต่ฌ็องก็ไม่ยอมแพ้ เขามุ่งมั่นสร้างผลงานการเขียนบันทึกชะตากรรมอันเป็นมรดกชิ้นสุดท้ายจากความรักของคนเป็นพ่อ อุทิศแด่บุตรทั้งสองคือ เตโอฟิล และ เซแลสต์
“นำไปสู่จุดมุ่งหมายอันเกินศักยภาพของคนพิการคนหนึ่ง และเกิดกว่าที่ใครจะคิดว่าชายที่พ่ายแพ้ต่อโรคร้าย สะสามารถสร้างสิ่งที่ไม่มีใครเชื่อ ให้เป็นจริงขึ้นได้”
แจ้งลบกระทู้
|
|
|
เอ๋taxiครับผม
20/01/2010 04:03:19
|
ความคิดเห็นที่ 2
แม้ช่วงแรกๆ อาจเป็นไปอย่างอยากลำบาก แต่ความมุ่งมั่นของชายผู้ไม่ยอมแพ้ในโชคชะตาทำให้เขาผ่านพ้นไปได้ โดยมีพยาบาลคู่หูเป็นเสมือนมือขวาเป็นคนสำคัญ
...แต่แล้ววิบากรรมเท่านี้ อาจไม่เพียงพอต่อชายผู้โชคร้าย เมื่อดวงตาข้างซ้ายติดเชื้อจนตาบอด และเหลือเพียงเปลือกตาด้านขวาเท่านั้น! มันไม่ต่างจากการที่ ฌ็อง ได้คร่ำครวญไว้ในหนังสือ “นักประดาน้ำกับผีเสื้อ” (The Diving Bell and The Butterfly หรือชื่อฝรั่งเศส Le Scaphandre et le Papiillon) ที่เขาแต่งขึ้นมาไว้ว่า การที่เขาขยับตัวไม่ได้นั้นไม่ต่างจากผีเสื้อที่อยู่ในชุดดำน้ำ
ทั้งนี้ชุดดำน้ำที่เขากล่าวถึง คือชุดดำน้ำแบบโบราณ ที่เรียกว่า “ระฆังดำน้ำ” (Diving Bell) ซึ่งได้รับการออกแบบขึ้นมาในศตวรรษที่ 16-17 ราว ค.ศ.1500-1800 มีรูปทรงคล้ายระฆังซึ่งส่วนด้านใต้เปิดออกได้ และมีขนาดใหญ่ มีวิธีใช้โดยการหย่อนลงในแนวดิ่งไปยังจุดดำน้ำที่ต้องการ ซึ่งสามารถเก็บกักอากาศสำหรับหายใจได้ในระยะเวลาหนึ่ง ทั้งนี้ระฆังดำน้ำผูกแขวนอยู่กับเชือกจากเรือที่อยู่เหนือน้ำ ซึ่งไม่สามารถเคลื่อนไหวไปมาได้โดยสะดวก นักดำน้ำก็ต้องอยู่เพียงภายในเท่านั้น จะออกมาได้ก็ต้องกลั้นหายใจ
แจ้งลบกระทู้
|
|
|
เอ๋taxiครับผม
20/01/2010 04:03:03
|
ความคิดเห็นที่ 1
...จากยัปปี้อดีตบรรณาธิการนิตยสาร ELLE วัย 42 ปีซึ่งมีชื่อเสียงในแวดวงการสื่อสิ่งพิมพ์ของฝรั่งเศส ต้องพานพบชะตากรรมแสนปวดร้าว ช่วงแรก ฌ็อง ไม่ต่างอะไรจากผักใบเหี่ยวที่รอวันเฉาจนตายคาต้น เขาต้องนอนบนเตียงและให้ออกซิเจนตลอดเวลา ต่อมาเมื่ออาการดีขึ้นสิ่งต่อไปก็ คือ การฟื้นฟูและรักษา โดยต้องเริ่มต้นสื่อสารกันให้เข้าใจระหว่างผู้ป่วยกับพยาบาลผู้ดูแล ซึ่งเธอจะท่องพยัญชนะไปทีละตัว หากพยัญชนะตัวไหนใช่ ฌ็อง ก็จะกระพริบตาตอบหนึ่งครั้ง หากไม่ใช่สามารถสื่อความหมายด้วยการกระพริบตาสองครั้ง จากนั้นจึงรวมเป็นคำขึ้นมา
แจ้งลบกระทู้
|
|