| |
|
เอ๋taxiครับผม
29/01/2010 12:36:48
|
ความคิดเห็นที่ 16
“ถ้าเราพยายามไว้ก่อน และทำจนสุดกำลัง ต่อจากนั้นพระเจ้าจะช่วยเราเอง” (โดยเฉพาะชัยชนะที่ต้องทำเพื่อคนอื่น ไม่ใช่ชัยชนะสำหรับตัวเอง ที่สำคัญต้องทำด้วยใจที่เพียงพอ)
แจ้งลบกระทู้
|
|
|
เอ๋taxiครับผม
29/01/2010 12:35:00
|
ความคิดเห็นที่ 15
เมื่อครูใหญ่เห็นว่า ทำไมทั้งที่อารีเป็นผู้ชนะ แต่กลับมาเศร้าใจ ท่านจึงเดินเข้าไปถาม ขณะที่หนูน้อยถือชุดวอร์มนั้นเอาไว้อย่างงงๆ และเมื่อทราบเหตุผลที่ว่า น้องสาวของอารีไม่มีรองเท้าใส่ ซึ่งอารีนั้นต้องรับผิดชอบจากการที่ทำรองเท้าของน้องหาย ครูใหญ่จึงหัวเราะ แล้วบอกว่า
“สำหรับผู้ใหญ่น่ะ เรื่องแค่นี้มันเป็นเรื่องที่แก้ไขง่ายๆ นะอารี...แต่เอาเถอะ แล้วโตมาเธอจะเข้าใจเอง”
จากนั้นครูใหญ่จึงเรียกนักเรียนที่ได้รางวัลที่ 3 มาพบกับอารี เพื่อถามความสมัครใจของเด็กน้อยทั้งสอง ว่าต้องการจะเปลี่ยนของรางวัลกันได้หรือไม่...ซึ่งทั้งสองต่างยินดีเพราะได้ในสิ่งที่ต้องการ เพราะต่างพยายามกันมาอย่างสุดกำลังแล้ว จึงทำให้อารีได้เข้าใจคำที่คุณพ่อคุณแม่ ที่ท่านคอยพร่ำสอนว่า...
แจ้งลบกระทู้
|
|
|
เอ๋taxiครับผม
29/01/2010 12:34:30
|
ความคิดเห็นที่ 14
มีบ่อยครั้ง ที่หัวใจของคนเราไม่ได้ต้องการชัยชนะอันยิ่งใหญ่ แต่ขอแค่เพียงชัยชนะที่พอเพียง ก็ “เพียงพอ” และเราพร้อมที่จะเป็น “คนแพ้” นั้นอย่างเต็มใจ โดยไม่ได้ต้องการเป็น “ผู้ชนะ”
แจ้งลบกระทู้
|
|
|
เอ๋taxiครับผม
29/01/2010 12:34:11
|
ความคิดเห็นที่ 13
ชัยชนะที่เกิดขึ้นจึงมาพร้อมกับความผิดหวัง ถ้วยรางวัลอยู่ที่อยู่ในมือ และชุดกีฬาที่ได้รับ หนูน้อยไม่ต้องการให้เป็นเช่นนี้ ทุกสิ่งมันอยู่เหนือการควบคุม รวมทั้งการวิ่งให้เข้าที่ 3 นั้นยากกว่าการวิ่งเข้าที่ 1 เสียอีก
แจ้งลบกระทู้
|
|
|
เอ๋taxiครับผม
29/01/2010 12:33:47
|
ความคิดเห็นที่ 12
แล้วก็ถึงวันแข่งขัน อารีพยายามเข้าเป็นที่ 3 กลับไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะหนูน้อยเข้าเส้นชัยเป็นที่1
แจ้งลบกระทู้
|
|
|
เอ๋taxiครับผม
29/01/2010 12:33:25
|
ความคิดเห็นที่ 11
เพื่อการสู้เพื่อน้อง นอกจากจะต้องวิ่งไปโรงเรียนแล้ว อารียังต้องฝึกซ้อมวิ่งหนักกว่าเดิม ด้วยการตื่นแต่เช้าตรู่ ออกไปวิ่งและหลังจากนั้นก็กลับมาบ้านเพื่อช่วงงานบ้าน
ตลอดจนดูแล ซาร่าห์ ก่อนที่จะออกไปโรงเรียนพร้อมกัน และหลังจากเลิกเรียน และทำการบ้านเสร็จแล้ว อารี จะรีบไปฝึกวิ่ง โดยเพื่อนๆ ของอารี ซึ่งรู้ว่าอารีต้องเตรียมพร้อมเพื่อลงแข่ง จึงต่างให้กำลังใจอารีอยู่เสมอ ในเวลาที่อารีวิ่งผ่านพื้นที่สาธารณะซึ่งเป็นลาดโล่ง ที่พวกเด็กๆ จะมารวมตัวกันอยู่ที่นั่นเสมอ
แจ้งลบกระทู้
|
|
|
เอ๋taxiครับผม
29/01/2010 12:32:35
|
ความคิดเห็นที่ 9
อารีจึงรู้สึกผิดกับเธอมากกว่าเดิม ในขณะที่พ่อก็สงสัยว่าอาจเกิดปัญหาขึ้นกับลูกทั้งสอง แต่ก็ตัดสินใจปล่อยให้แก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง
แล้วหนทางแห่งโอกาสและโชค ก็เริ่มเปิดทางสว่าง เมื่อทางโรงเรียนประกาศรับสมัครตัวแทนไปแข่งวิ่งมาราธอน ซึ่งอารีก็ได้รับการคัดเลือกดังหวังเพราะการที่เขารีบวิ่งไปโรงเรียนทุกวันคือการฝึกการวางไปในตัว
แจ้งลบกระทู้
|
|
|
เอ๋taxiครับผม
29/01/2010 12:32:02
|
ความคิดเห็นที่ 8
เมื่อยังไม่สามารถหารองเท้ามาคืน อารีจึงพยายามชดเชยด้วยสิ่งอื่นเท่าที่พอจะทำให้น้องสาวเช่น เมื่อได้ของรางวัลจากการมีผลการเรียนดีเขาก็ยกให้กับเธอ หรือน้องสาวไม่มีดินสอใช้พี่ชายใจดีก็เสียสละให้
เผ่านไปได้สักช่วงเวลาหนึ่ง ซาห์ร่า เผอิญทำรองเท้าตกท่อ จนความอดทนของหนูน้อยสิ้นสุด บอกกับพี่ชายทั้งน้ำตาว่า “พี่จ๋า...หนูไม่อยากใส่รองเท้าแบบนี้อีกแล้ว!”
แจ้งลบกระทู้
|
|
|
เอ๋taxiครับผม
29/01/2010 12:31:20
|
ความคิดเห็นที่ 7
หรือในตอนสอบหนูน้อยต้องเสียสมาธิและรีบออกจากห้องสอบก่อนเวลา เพราะกลัวจะวิ่งไปเปลี่ยนรองเท้าให้พี่ชายมาเรียนไม่ทัน ส่วนอารีก็มีปัญหาเรื่องการมาสายจนโดนคุณครูดุ แต่ถึงแม้จะมีปัญหาเกิดขึ้นและลำบากมากขึ้นกว่าเดิม ซาห์ร่า ก็ยังเชื่อมั่นว่าพี่ชายจะสามารถนำรองเท้ากลับมาคืนได้
แจ้งลบกระทู้
|
|
|
เอ๋taxiครับผม
29/01/2010 12:30:19
|
ความคิดเห็นที่ 5
สิ่งที่อารีคิดไม่ใช่เป็นเพียงการติดตามไปสู่เป้าหมาย แต่ในระหว่างทางของการแก้ปัญหา มีพัฒนาการของความคิด ความรัก และความห่วงใย เกิดขึ้นด้วย
แจ้งลบกระทู้
|
|
|
เอ๋taxiครับผม
29/01/2010 12:29:59
|
ความคิดเห็นที่ 4
ด้วยปัญญาแบบเด็กๆ อารีจึงตกลงกับน้องสาวว่าจะ ให้เธอยืมรองเท้าผ้าใบคู่เก่าใส่ไปเรียนในตอนเช้า เมื่อเลิกเรียนในตอนบ่ายก็ให้ซาห์ร่า วิ่งมาเปลี่ยนรองเท้าเพื่อที่พี่ชายได้ไปเรียนในตอนบ่าย โดยมีข้อแม้ว่าจะต้องปิดบังเรื่องนี้ไว้เป็นความลับเพราะไม่ต้องการให้พ่อแม่ซึ่งเหนื่อยอยู่แล้วมีภาระมากขึ้น
แจ้งลบกระทู้
|
|
|
เอ๋taxiครับผม
29/01/2010 12:29:29
|
ความคิดเห็นที่ 3
แล้วเรื่องราวที่คนทั่วไปอาจมองเป็นปัญหาเล็กๆ ทว่าเป็นปัญหาใหญ่สำหรับหนูน้อยก็ได้เกิดขึ้น เมื่ออารีนำรองเท้าสีชมพูเก่าๆ ของซาห์ร่าแล้วไปซ่อม
ระหว่างทางหนูน้อยแวะร้านขายผัก และเผลอวางถุงใส่รองเท้าไว้ทิ้งไว้ เมื่อชายเก็บขยะผ่านมาพบจึงเก็บไป
กว่าจะรู้ตัวอารีก็รีบตามหาแต่ก็ไม่พบ จึงกลับบ้านด้วยความสิ้นหวังและความรู้สึกผิดต่อน้องสาว ส่งผลให้ ซาห์ร่า ไม่มีรองเท้าใส่ไปเรียน
แจ้งลบกระทู้
|
|
|
เอ๋taxiครับผม
29/01/2010 12:29:02
|
ความคิดเห็นที่ 2
ด้วยความรับผิดชอบ เมื่อเด็กน้อยคนนี้รู้ว่าครอบครัวลำบาก จึงพยายามช่วยเหลือตัวเองให้ได้มากที่สุด ทั้งรับจ้างในโรงงานทำแป้งทอด จัดรองเท้าหน้าห้องทำพิธี รวมทั้งพร่ำสอนน้องสาวคนกลางที่ชื่อ ซาห์ร่า ไม่ให้สร้างภาระเดือนร้อนแก่คุณแม่ซึ่งท้องแก่ใกล้คลอด ส่วนคุณพ่อซึ่งมีอาชีพอาชีพรับจ้างทั่วไปก็เฝ้าเพียรสอนลูกว่า “ถ้าเราพยายามไว้ก่อน และทำจนสุดกำลัง...ต่อจากนั้นพระเจ้าจะช่วยเราเอง”
แจ้งลบกระทู้
|
|
|
เอ๋taxiครับผม
29/01/2010 12:28:31
|
ความคิดเห็นที่ 1

ทว่าท่ามกลางความเจริญนั้น มีความยากจนกระจายอยู่ทั่วไป คุณภาพชีวิตที่ต่ำ ความยากจนรวมถึงการกีดกันทางเพศ และความด้อยโอกาสในด้านต่างๆ ยังคงเป็นปัญหาสังคมโหมกระหน่ำครอบครัวเล็กๆ เป็นจำนวนมาก รวมถึงครอบครัวของ อารี เด็กชายตัวน้อยชั้นประถมวัย 9 ขวบในครอบครัวชนชั้นล่าง
แจ้งลบกระทู้
|
|