คุณครูตัวน้อย หัวใจโต๊โต

เอ๋taxiครับผม

29/01/2010 12:45:50

ข้อมูลจากการสำรวจทางการศึกษาของประเทศจีนเมื่อสิ้นปี 2007 พบว่าประชากรทางตะวันตก เข้าถึงการศึกษาขั้นพื้นฐาน 98 % เพิ่มจาก 77 % ในปี 2003 เป็นผลจากการรณรงค์ในปี 2004 ผ่านงบประมาณหมื่นล้านหยวน เพื่อจัดการศึกษาภาคบังคับ 9 ปี ตามวัตถุประสงค์ขจัดความไม่รู้หนังสือของเยาวชนและผู้ใหญ่วัยกลางคน รวมทั้งการจัดสร้างและซ่อมแซมโรงเรียน ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการของจีนสรุปข้อมูลว่าโรงเรียน 7,651 โรง ใน 953 เขต ในภูมิภาคตะวันตกได้รับการสร้างและปรับปรุงใหม่ เพื่อรองรับนักเรียน 1.95 ล้านคน

แจ้งลบกระทู้

 

เอ๋taxiครับผม

29/01/2010 22:33:55

ความคิดเห็นที่ 26

ขออภัยด้วยครับ เมื่อกลางวันเนตล่มเลยหยุดโพสไปเฉยๆ ส่วนตอนนี้ใกล้จะสิ้นเดือนแล้ว จะครบกำหนดส่งงานแล้ว กำลังปั่นๆๆๆ ต้นฉบับงานจนหัวฟูอยู่ครับ :)ส่งงานเสร็จแล้วจะมาโพสต่อนะครับ //ขอบพระคุณครับ พี่ๆ ทุกท่าน

แจ้งลบกระทู้

เอ๋taxiครับผม

29/01/2010 12:57:46

ความคิดเห็นที่ 25

อี้โหมว เกิดที่เมืองซีอาน ในปี 1950...ซึ่งเด็กน้อยคนนี้เติบโตขึ้นมาในช่วงของการเปลี่ยนผ่านวัฒนธรรมที่นำไปสู่ปรากฏการณ์ การปฏิวัติวัฒนธรรมในปี 1966 การเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกระทบต่อชีวิต มาถึงในปี 1968 เมื่อเด็กหนุ่ม กำลังเรียนอยู่ในระดับชั้นมัธยม กลับถูกส่งตัวไปทำงานในชนบท ซึ่งเป็นเขตชุมชนที่รัฐกำหนดให้ เพราะพ่อของอี้โหมวอยู่ฝ่ายต่อต้านคอมมิวนิสต์ที่แพ้การต่อสู้ต่อรัฐบาล ในที่สุดกรรมการของกระทรวงวัฒนธรรมก็อนุญาตให้เขาเข้าเรียนได้ ทั้งๆ ที่ จาง อายุเกินเกณฑ์ที่กำหนดไว้ โดยได้เข้าเรียนด้านการถ่ายทำภาพยนตร์ ที่ Beijing Film Academy และเป็นหัวหน้าสมาชิก China’s Fifth Generation Filmmakers หรือที่เรียกกันว่ากลุ่มผู้กำกับรุ่น 5 เพื่อนร่วมรุ่นที่ทำงานด้วยกันบ่อยครั้งก็ อาทิเช่น เฉินข่ายเก๋อ (My Farewell Concubine, The Promise) การใช้ชีวิตอย่างเจ็บช้ำในแดนกันดารเริ่มต้นจากการทำไร่ในเขตมณฑลฉางซี จากนั้นรัฐบาลส่งให้เขาทำงานกะกลางคืนในโรงงานเก็บฝ้าย แต่อี้โหมวก็มีความคิดที่ว่า

แจ้งลบกระทู้

เอ๋taxiครับผม

29/01/2010 12:57:16

ความคิดเห็นที่ 24

สำหรับ จาง อี้โหมว แม้ในวันนี้ทั่วโลกต่างรู้จัก ผู้กำกับคนนี้จากการควบคุมพิธีเปิด-ปิด โอลิมปิกปักกิ่งเกมส์ 2008 ที่ได้รับการยกย่องจากผู้ชมทุกประเทศ แต่เส้นทางชีวิตกลับไม่ได้พบกับหนทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบมาตั้งแต่เริ่มต้น ซึ่งครั้งหนึ่งเขาได้ขึ้นชื่อว่า เป็นลูกที่ไม่รัก และเป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐบาลจีน

แจ้งลบกระทู้

เอ๋taxiครับผม

29/01/2010 12:56:50

ความคิดเห็นที่ 23

กล่าวกันว่าในปัจจุบัน ยังคงมีคนชนบทที่ยากจนจากเพราะเป็นหนี้สิน จากความล้มเหลวในการทำเกษตรกรรม ต่างเร่ร่อนเข้ามาในเมืองใหญ่อย่างไร้จุดหมาย แต่พวกเขาก็มีความหวังถึงชีวิตที่ดีกว่าแม้จะต้องอาศัยหลับนอนกันตามสถานที่สาธารณะต่างๆ ก็ตาม ดังนั้นภาพยนตร์เรื่องนี้ แม้จะนำเสนอประเด็นในเรื่องของการกัดจิกระบบศึกษาในชนบทของประเทศจีนเป็นหลัก แต่ก็มีเรื่องราวอื่นๆ ซ่อนอยู่ข้างในผ่านการแสดงอันเป็นธรรมชาติ ของเหล่านักแสดงตัวน้อย ที่ไม่ใช่นักแสดง หรือ ดารามืออาชีพ โดยบทบาทที่พวกหนูตัวน้อยๆ สร้างสรรค์ขึ้นมาผ่านแผ่นฟิลม์นั้นใกล้เคียงกับตัวจริงของพวกเขาเกือบทุกคน ราวกับที่ปรากฏในภาพยนตร์ คือตัวตนของเพวกเขาจริงๆ!

แจ้งลบกระทู้

เอ๋taxiครับผม

29/01/2010 12:55:51

ความคิดเห็นที่ 22

NOT ONE LESS หรือ คุณครูคนใหม่ (ได้แค่นี้ก็ดีแล้ว) คือภาพยนตร์ยอดเยี่ยม รางวัลสิงโตทองคำในงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองเวนิส ปี 1999 (1999 Venice International Film Festival) จากผลงานการกำกับของผู้กำกับจีนรุ่นที่ห้า จาง อี้ โหมว ซึ่งแม้จะผ่านห้วงเวลามาเกือบ 10 ปี แต่ความยิ่งใหญ่ของภาพยนตร์เล็กๆ เรื่องนี้ผ่านห้วงเวลามายาวนาน ยังคงคุณค่าทางด้านปัญญา และสะท้อนคุณค่าทางด้านโอกาสทางการศึกษาอยู่เสมอ แม้ในปัจจุบัน ประเทศจีนก้าวเข้าสู่การพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีและคุณภาพของผู้คนที่รุดหน้าไม่แพ้ชาติตะวันตก แต่ในชนบทที่ความเจริญยังเข้าไปไม่ถึงอย่างเต็มที่ เรื่องของการศึกษาจึงไม่ใช่ปัญหาของชุมชนใดชุมชนหนึ่ง แต่เกี่ยวโยงถึงระบบสังคม ซึ่งสัมพันธ์กับอันเกี่ยวเนื่องกับเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิต

แจ้งลบกระทู้

เอ๋taxiครับผม

29/01/2010 12:55:20

ความคิดเห็นที่ 21

ถ้อยคำวิงวอนสะอึกสะอื้นจาก เหว่ย หมิงฉี เด็กหญิงวัย13 ปีที่กลายมาเป็น คุณครูจำเป็น เธอร้องไห้น้ำตานองใบหน้าออกอากาศผ่านสื่อโทรทัศน์ท้องถิ่น เพื่อนตามหานักเรียนชายตัวน้อยวัย 10 ขวบ ให้กลับไปเรียนหนังสือในโรงเรียนชนบทของหมู่บ้านชุ่ยกวนอันแสนห่างไกล แต่การพูดออกอากาศทำให้คุณครูคนใหม่และลูกศิษย์ตัวน้อยได้พบกันในที่สุด และพากันร้องไห้อย่างปลื้มปิติ เพื่อที่จะพากันกลับไปโรงเรียน โดยที่ เงิน 10 หยวน ไม่ได้มีค่ามากไปกว่าการได้เรียนรู้โลก และความรับผิดชอบ ที่ทำให้ คุณครูตัวน้อยๆ ได้เป็นคุณครูจริงๆ อย่างน้อยก็ช่วงหนึ่งเดือนของประสบการณ์ชีวิตที่แสนยิ่งใหญ่

แจ้งลบกระทู้

เอ๋taxiครับผม

29/01/2010 12:54:42

ความคิดเห็นที่ 20

ผู้คนจำนวนมากต่างสมเพชและสังเวชเธอ ซึ่งอยู่ในสภาพเด็กขอทาน หรือ เด็กจรจัด ที่ตามหาใครสักคนอย่างโง่ๆ และไร้จุดหมาย สิ่งที่หนึ่งชีวิต และหนึ่งแรงน้อยๆ จะทำได้ ก็เพียงแค่เฝ้ารออยู่ริมรั้วสถานีโทรทัศน์อย่างอ่อนแรง เพื่อที่จะถามผู้คนที่เดินเข้าออกสถานีว่า “ขอโทษนะคะ...คุณใช่เจ้าของสถานีโทรทัศน์เปล่าคะ?” โชคดีที่สังคมยังไม่แร้งไร้น้ำใจ เธอได้รับการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ภายในสถานี พาไปพบผู้อำนวยการสถานี เพื่อที่จะได้พูดออกอากาศ .จาง ฮุ้ยเคอะ เธออยู่ไหน รีบๆ กลับมาเถอะนะ ครูกับเพื่อนๆ รอเธออยู่นะ ฮุ้ยเคอะ”

แจ้งลบกระทู้

เอ๋taxiครับผม

29/01/2010 12:54:18

ความคิดเห็นที่ 19

การเดินทางที่มีจุดเริ่มต้นเพียงเพื่อให้ได้รับเงิน 10 เหรียญ ได้กลายป็นการสอนสร้างความรับผิดชอบ และทำให้เธอได้เรียนรู้ จิตวิญญาณของ ความเป็นครู อย่างยิ่งใหญ่ แม้ว่าเธอจะเป็นเด็กหญิงตัวเล็กๆ ก็ตาม ชีวิตที่ตกระกำลำบากในเมืองใหญ่ จากสติปัญญาอันน้อยนิดของเด็กหญิงตัวน้อย หลายสิ่งที่เธอทำ เช่น การขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ใจดีให้ประกาศตามหาในสถานีขนส่ง การเดินถามคนทั่วไปบนท้องถนน การเขียนใบปลิวและติดประกาศการตามหา รวมทั้งการได้รับความเห็นจากผู้หวังดีคนหนึ่ง ว่าให้เธอไปติดต่อแจ้งข่าวที่สถานีโทรทัศน์จะเป็นการดีที่สุด หนูน้อยจึงไปติดต่อแต่ถูกห้ามเข้าและถูกปฏิเสธอย่างไร้ความปราณี เพราะสิ่งที่เธอทำ ดูราวเป็นสิ่งประหลาด แตกต่าง และไม่เข้าพวก

แจ้งลบกระทู้

เอ๋taxiครับผม

29/01/2010 12:53:51

ความคิดเห็นที่ 18

เธอและเด็กๆ ในห้องจึงตกลงสัญญากันว่าจะไปพา ฮุ้ยเคอ กลับมาเรียนหนังสือต่อให้ได้ ด้วยการรวมรวมปัญญาและแรงกายทั้งจากตัวเธอเองและนักเรียนหลายๆ คน ไปช่วยกันทำงานขนอิฐ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางเข้าไปในเมือง และเมื่อได้เงินตามต้องการในช่วงเวลาที่จำกัด คุณครูคนใหม่จึงให้สัญญากับนักเรียนในชั้นว่าจะนำนักเรียนตัวจุ้นกลับมาให้ได้ เธอจึงเดินทางเข้าเมืองโดยแอบโดยสารรถประจำทาง แต่ถูกไล่ลงกลางทาง ทำให้ต้องเดินเป็นระยะทางไกลเพื่อเข้าอย่างยากลำบากและอดทน แต่เธอก็ยังมุ่งมั่นต่อไปด้วยเงินในประเป๋าที่มีเพียง 20 หยวน

แจ้งลบกระทู้

เอ๋taxiครับผม

29/01/2010 12:53:07

ความคิดเห็นที่ 17

แต่แล้วสิ่งที่เธอไม่คาดคิด ก็เกิดขึ้นจนได้ เมื่อ จาง ฮุ้ยเคอ นักเรียนชาย วัย 10 ขวบ จอมแก่นแก้ว และเล่นซน ซึ่งมักจะชอบแกล้งอาจารย์ หมิงฉี อยู่เป็นประจำได้หายไปจากห้องเรียน ทำให้คุณครูคนใหม่เป็นกังวลถึงเงิน 10 หยวนที่เธออาจจะไม่ได้รับ หมิงฉี จึงเป็นกังวล จึงสืบสาวราวเรื่อง ก็พบว่า เด็กชาย ฮุ้ยเคอ จำเป็นต้องถูกบังคับจากครอบครัวให้เข้าไปทำงานในเมืองเพื่อช่วยครอบครัวใช้หนี้

แจ้งลบกระทู้

เอ๋taxiครับผม

29/01/2010 12:52:45

ความคิดเห็นที่ 16

ข้อความเล็กๆ ที่เขียนมาจากความจริงใจ ทำให้ หมิงฉี เข้าใจในหน้าที่ และสิ่งที่เธอต้องรับผิดชอบมากขึ้น จนสะท้อนความหมายของอยู่ ความเป็นครู ที่ซ่อนอยู่ในการใช้ชีวิตในหน้าที่ การงาน และความรับผิดชอบของ คุณครู ที่อยู่ในโลกของความเป็นจริง ว่าทุกวันนี้ให้ความรู้แก่ศิษย์ด้วยภาระความรับผิดชอบและจรรยาบรรณในวิชาชีพ หรือทำงานเพียงเพื่อนเงินเดือนและครอบครัว?

แจ้งลบกระทู้

เอ๋taxiครับผม

29/01/2010 12:52:27

ความคิดเห็นที่ 15

“ ที่เพื่อนๆ ทะเลาะกัน ในวันนั้นทำให้ชอล์คหล่นบนพื้น เพื่อนๆ กับคุณครูกลับเหยียบจนแตกกระจาย หนูเสียใจที่ คุณครูไม่สนใจจะรักษาชอล์คของโรงเรียนเลย อาจารย์เกาบอกเสมอว่าโรงเรียนเรายากจน จึงมีชอล์ค ที่จะนำมาเขียนเพื่อให้ความรู้แก่พวกเราอย่างจำกัด ดังนั้นพวกเราต้องช่วยกันรักษาและใช้อย่างประหยัดที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขนาดใช้ชอล์คเหลือเพียงน้อยนิด หนูก็ยังไม่กล้าทิ้งเลย”

แจ้งลบกระทู้

เอ๋taxiครับผม

29/01/2010 12:52:09

ความคิดเห็นที่ 14

เหตุการณ์ในครั้งนี้ ส่งผลให้คุณครูตัวน้อย เคร่งครัดเฝ้าระวังเด็กๆ มากกว่าเดิม โดยปล่อยปะละเลยการเรียนการสอนนักเรียนในชั้นอยู่เช่นเดิม แต่แล้วเมื่อเธอได้เข้าใจความรู้สึกของหัวหน้าชั้น ที่ระบายความรู้สึกเสียใจไว้ในสมุดบันทึกซึ่งเขียนหลังจากเกิดการทะเลาะกันของเพื่อนร่วมชั้นเรียนที่ว่า

แจ้งลบกระทู้

เอ๋taxiครับผม

29/01/2010 12:51:39

ความคิดเห็นที่ 13

แต่สิ่งสำคัญอันเคร่งครัด ซึ่งเธอจะพลาดไม่ได้ นั่นก็คือการตรวจสอบรายชื่อนักเรียนทุกวัน พร้อมเฝ้าจับตา หลังจากที่เขียนบทเรียนลงบนกระดานดำแล้ว เธอจะมานั่งอยู่นอกห้องอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้นักเรียนแม้แต่คนเดียวหนีเรียนออกไปได้ เพราะนั่นหายถึง เงิน 10 หยวนที่เธอจะได้รับจากครูเกาจะหายไปด้วยเช่นกัน หมิงฉี จริงจังกับเงินจำนวนนี้ ถึงขนาดมีครั้งหนึ่งซึ่ง ผู้ใหญ่บ้านพาทีมงานที่ต้องการคัดตัวนักกีฬาเยาวชนมาที่โรงเรียน จนนำไปสู่ความพึงพอใจในนักเรียนหญิงคนหนึ่งซึ่งจะพาไปเข้าแข่งขันในอีกวัน แต่เมื่อ หมิงฉี ทราบเรื่อง ในเช้าของวันรุ่งขึ้น เธอจึงนำตัวนักเรียนคนนั้นไปซ่อนแต่ก็ไม่รอดพ้นสายตาของทีมงาน และพาเดินทางไปเเข่งขันจนได้ โดย หมิงฉี วิ่งตามรถคันนั้นไปอย่างสุดกำลังจนหมดแรงที่จะสามารถตามได้อีกต่อไป โดยไม่สนใจว่า นั่นคือหนทางแห่งอนาคต ที่จะทำให้ชีวิตของเด็กคนนั้น ดีกว่าที่เป็นอยู่หรือไม่!?

แจ้งลบกระทู้

เอ๋taxiครับผม

29/01/2010 12:51:02

ความคิดเห็นที่ 12

แล้ววันแรกของ คุณครูคนใหม่ เริ่มต้นขึ้นอย่างทุลักทุเล หมิงฉี ปล่อยให้เด็กๆ เล่นกันเองที่ลานหน้าห้องเรียนตั้งแต่เช้าจนถึงเที่ยววันอย่างที่เธอควบคุมได้อย่างยากลำบาก เมื่อผู้ใหญ่บ้านมาพบ จึงรีบจัดระเบียบให้เด็กๆ เข้าห้องเรียนและแนะนำเธอให้กับนักเรียนทุกคน และปล่อยให้เธอได้สอนนักเรียนด้วยตัวเอง สิ่งที่คุณครูคนใหม่จะทำได้ ก็คือการทำตามหน้าที่ๆ ครูเกาสั่งไว้โดยไม่ให้ขาดตกบกพร่องในแต่ละวัน เธอจะเขียนบทเรียนในตำราลงบนกระดานดำแล้วให้นักเรียนคัดลอกโดยไม่ได้สนใจ ที่จะสอน หรือแนะนำอย่างอื่นอย่างใดให้แก่นักเรียนเลย

แจ้งลบกระทู้

เอ๋taxiครับผม

29/01/2010 12:50:35

ความคิดเห็นที่ 11

ภาพของคุณครูที่มีอายุห่างจากนักเรียนเพียงไม่กี่ปี ภาพของครูที่จำเนื้อเพลงปลุกใจ ที่ใช้สอนนักเรียนไม่ได้ ภาพของครูที่ยังไม่พร้อมจะแบกความรับผิดชอบในห้องเรียน แม้จะเป็นเพียงเรื่องราวที่โลดแล่นในภาพยนตร์เรื่อง Not One Less แต่ก็สะท้อนสภาวะเรื่องการเรียนการสอนในชนบทของประเทศจีนได้เป็นอย่างดี

แจ้งลบกระทู้

เอ๋taxiครับผม

29/01/2010 12:49:56

ความคิดเห็นที่ 9

ครูเกาถอนหายใจเฮือกใหญ่ และสอนเธอไปว่า หากเป็นเช่นนั้น ให้เธอสามารถงดการสอนและปล่อยให้เด็กๆ กลับบ้านได้ หนูน้อยผงกศีรษะตอบรับด้วยความเข้าใจ แต่ก็ไม่วายที่จะถามต่อว่า หากเด็กๆ คัดลายมือเสร็จก่อนจะให้ทำอย่างไร ครูเกายิ้มๆ ด้วยความเมตตาและบอกเธอไปว่า เธอสามารถปล่อยให้เด็กๆ ออกไปเล่นอยู่ที่ลานข้างนอกได้ และรอจนกว่าตะวันจะส่องแสงถึงเสาจึงจะปล่อยให้กลับบ้านได้

แจ้งลบกระทู้

เอ๋taxiครับผม

29/01/2010 12:49:28

ความคิดเห็นที่ 8

แต่สิ่งสำคัญเธอต้องคัดเนื้อหาในตำราลงบนกระดานดำวันละบท เพื่อให้นักเรียนลอกตาม โดยมีจำนวนชอล์คให้เท่ากับจำนวนวันที่เหลืออยู่คือ 26 วัน ซึ่งเธอจะใช้ได้วันละ 1 แท่งเท่านั้น เพราะโรงเรียนนั้นยากจนทุกคนจึงต้องช่วยกันประหยัด และเมื่อแสงแดดส่องถึงเสาในห้องเรียน จึงจะเป็นเวลาที่ครูตัวน้อยสามารถปล่อยให้เด็กๆ กลับบ้านได้ และด้วยความซื่อของ หมิงฉี เธอจึงถามครูเกาไปว่า “ครูคะ แล้วถ้าวันไหนแดดไม่ออก หรือฝนตกควรจะทำอย่างไร?”

แจ้งลบกระทู้

เอ๋taxiครับผม

29/01/2010 12:49:03

ความคิดเห็นที่ 7

ปัญหาการขาดแคลนคุณครูในโรงเรียนตามชนบทอันห่างไกลของประเทศจีน คือสิ่งที่เกิดขึ้นได้เสมอ เช่นเดียวกับโรงเรียนแห่งนี้ ซึ่งในช่วงเปิดเรียนมีนักเรียนทั้งหมดราว 40 คน แต่ค่อยๆ ขาดเรียน และหายไปจนเหลือเพียง 28 คน เมื่อครูเกามีภาระต้องกลับไปดูแลคุณแม่ สิ่งที่ทำได้ก็คือ การยอมจำนนต่อสภาพ ด้วยการทดสอบความรู้ความสามารถของ หมิงฉี แต่ก็ยิ่งปวดใจเพราะหนูน้อยบอกว่าถนัดเรื่องร้องเพลง ครูเกาจึงให้หนูน้อยร้องเพลงปลุกใจของชาติให้ฟัง เด็กน้อยจึงขับรีวิวประกอบเพลงด้วยท่าทางไม่มั่นใจ ครูเกาได้แต่เกาหัวแกร๊กๆ พร้อมชี้แนะว่าเธอควรไปฝึกร้องเพลงให้ถูกจังหวะและเพิ่มความมั่นใจมากกว่านี้เพื่อจะสอนเพื่อนๆ น้องๆ ในชั้นได้

แจ้งลบกระทู้

เอ๋taxiครับผม

29/01/2010 12:48:02

ความคิดเห็นที่ 5

หมิงฉี คือเด็กหญิงตัวเล็กๆ ซึ่งเธอถูกผู้ใหญ่บ้านพามาสอนหนังสือนักเรียนในโรงเรียนประถมประจำหมู่บ้าน แทน ครูเกา คุณครูเพียงคนเดียวของโรงเรียน ซึ่งต้องรับมือกว่าเด็กทั้งโรงเรียนที่มีอยู่ห้องเดียวรวมเกือบ 30 คน! เหตุผลที่ หมิงฉี ต้องมาสอนนักเรียน ก็เพราะครูเกาจำเป็นต้องลากิจไปดูแลมารดาที่ป่วยในต่างเมืองเป็นเวลา 1 เดือน ครั้งแรกที่พบกับ หมิงฉี ครูเกาผู้มุ่งมั่นสร้างอนาคตให้กับเยาวชนผู้ด้อยโอกาส เกิดความรู้สึกงงๆ หวั่นวิตก ถึงการตัดสินใจอย่างแปลกๆ ของผู้ใหญ่บ้าน จากการนำเด็กซึ่งเรียนจบแค่ชั้นประถมมาสอนเด็กวัยเดียวกัน

แจ้งลบกระทู้

เอ๋taxiครับผม

29/01/2010 12:47:40

ความคิดเห็นที่ 4

หลังจากที่ความยากจน ทำให้ ฮุ้ยเคอะ จำเป็นต้องหยุดเรียนเพื่อเข้ามาหางานทำในตัวเมืองพร้อมกับครอบครัว แต่ครู กับลูกศิษย์ ใช่จะแตกต่างกันสักเท่าไหร่ ทั้งสองอยู่ในสภาพเสื้อผ้ามอมแมมคลุกฝุ่น เนื้อตัวขะมุกขะมอม คล้ายเด็กเร่ร่อน-จรจัด

แจ้งลบกระทู้

เอ๋taxiครับผม

29/01/2010 12:47:17

ความคิดเห็นที่ 3

“.จาง ฮุ้ยเคอะ เธออยู่ไหน รีบๆ กลับมาเถอะนะ ครูกับเพื่อนๆ รอเธออยู่นะ ฮุ้ยเคอะ” ถ้อยคำวิงวอนสะอึกสะอื้นจาก เหว่ย หมิงฉี เด็กหญิงวัย13 ปีที่กลายมาเป็น คุณครูจำเป็น เธอร้องไห้น้ำตานองใบหน้าออกอากาศผ่านสื่อโทรทัศน์ท้องถิ่น เพื่อนตามหานักเรียนชายตัวน้อยวัย 10 ขวบ ให้กลับไปเรียนหนังสือในโรงเรียนชนบทของหมู่บ้านชุ่ยกวนอันแสนห่างไกล

แจ้งลบกระทู้

เอ๋taxiครับผม

29/01/2010 12:46:49

ความคิดเห็นที่ 2

กระทรวงศึกษาธิการและรัฐบาลท้องถิ่นของจีนจึงได้เริ่มแผนกระตุ้นครูให้ทำงานในโรงเรียนชนบทมากขึ้น รวมทั้งการส่งผู้สำเร็จปริญญาตรีไปทำงาน เป็นการฝึกงานภาคบังคับและยกระดับการฝึกหัดครูชนบท ปัจจุบันกระทรวงศึกษาธิการได้ส่งครูไปแล้ว 33,000 คน ให้กับ 4,074 โรงเรียน ใน 395 เขต และดำเนินการฝึกอบรมครูทางอินเตอร์เนต และระบบโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมให้กับครูในชนบทมากกว่า 1 ล้านคน และนี่คือเรื่องราวที่สะท้อนสภาพเหล่านี้ในสังคมจีน

แจ้งลบกระทู้

เอ๋taxiครับผม

29/01/2010 12:46:25

ความคิดเห็นที่ 1

อย่างไรก็ตามการศึกษาในชนบทของจีนยังมีปัญหาในเรื่องการขาดแคลนครูผู้สอน ทั้งนี้ทั้งประเทศมีคุณครูกว่า 5 ล้านคน ซึ่งครึ่งหนึ่งทำงานอยู่ในชนบท โดยจากสถิติพบว่ามีโรงเรียนจำนวน 330,000 โรงที่อยู่ในชนบท คิดเป็น 79 % ของโรงเรียนทั้งประเทศ

แจ้งลบกระทู้